Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 593/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การประกวดราคาก่อสร้างอาคารเรียนของจำเลย ปรากฏว่าเมื่อเปิดซองประมูลโจทก์เป็นผู้ประมูลในราคาต่ำสุด แต่หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการประกวดราคาก่อสร้างดังกล่าว จำเลยได้สงวนสิทธิไว้ว่าจำเลยมีสิทธิจะตกลงจ้างผู้ยื่นซองประกวดราคารายใดก็ได้ไม่จำเป็นที่จะต้องจ้างผู้เสนอราคาต่ำเสมอไป จะจ้างผู้รับเหมารายเดียวกันหรือแยกจ้างหลายรายหรือจะไม่ตกลงจ้างทุกรายก็ได้ในเมื่อมีเหตุอันสมควร จึงยังถือไม่ได้ว่า โจทก์ผู้เสนอราคาต่ำสุดจะเป็นผู้ประมูลได้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอนุมัติให้จ้างโจทก์เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2525 และโดยที่หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการประกวดราคาข้อ 6 มีว่า 'ฯลฯ ผลการประกวดราคาไม่ผูกพันว่าจังหวัดจะต้องแจ้งให้ผู้ยื่นซองประกวดราคาทราบ เพราะถือว่าเป็นหน้าที่ของผู้ยื่นซองประกวดราคาจะต้องติดต่อสอบถาม หรือดูประกาศผลการประกวดราคาเอง' ดังนั้นจำเลยจึงไม่มีหน้าที่จะต้องแจ้งผลการประกวดราคาให้โจทก์ทราบ จึงถือได้ว่าโจทก์ทราบว่าตนชนะการประกวดราคาเป็นผู้ประมูลได้ในวันที่ 6กรกฎาคม 2525เมื่อโจทก์ทราบว่าตนประมูลได้แล้ว การมาทำสัญญาต้องบังคับตามประกาศประกวดราคาข้อ 10 ซึ่งระบุว่า 'ผู้ยื่นซองประกวดราคาได้ต้องมาทำสัญญาจ้างภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ทางราชการแจ้งให้ทราบ ฯลฯ' โจทก์ได้รับจดหมายของจำเลยให้ไปทำสัญญาเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2525 ดังนั้น การที่โจทก์มีหนังสือขอทำสัญญากับจำเลยเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2525 ก่อนได้รับจดหมายของจำเลย จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการประกวดราคาและทิ้งงานโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีและฟ้องจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัดอุบลราชธานีจำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว ข้อนี้เป็นปัญหาในเรื่องอำนาจฟ้องซึ่งเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง.(ที่มา-ส่งเสริม)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ได้ยื่นซองประกวดราคาก่อสร้างอาคารเรียนต่อสำนักงานการประถมศึกษาได้วางเงินประกันซองประกวดราคาจำนวน100,000 บาท เมื่อประมาณปลายเดือนกรกฎาคม 2525 โจทก์ทราบว่าโจทก์ได้เสนอราคาต่ำสุดเป็นผู้ประกวดราคาได้โจทก์ได้ขอทำสัญญากับจำเลย จำเลยได้แจ้งให้โจทก์ไปทำสัญญาก่อสร้างกับจำเลยทั้งสองภายใน 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2525 ถึงวันที่ 19กรกฎาคม 2525 โจทก์ได้รับหนังสือเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2525 จึงเลยกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว โจทก์ได้ไปพบจำเลยเพื่อขอทราบผลการขอทำสัญญากับจำเลยจำเลยปฏิเสธว่าโจทก์ไม่ไปทำสัญญาตามกำหนดโจทก์ขอถอนเงินประกันซองคืนก็ได้รับการปฏิเสธการที่โจทก์ไม่ไปทำสัญญาตามกำหนดไม่ใช่ความผิดของโจทก์โจทก์ไม่ควรถูกริบเงินประกันซอง

หากโจทก์ได้ทำสัญญาก่อสร้างโจทก์จะได้กำไรไม่ต่ำกว่า 149,000 บาท ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยคืนเงินค่าประกันซองประกวดราคาจำนวน 100,000 บาท และใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 149,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ 1 ให้การว่าโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกเงินคืนและเรียกค่าเสียหายขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าเป็นความผิดของโจทก์ที่ละเลยไม่มาทำสัญญาจำเลยมีสิทธิริบเงินประกันซองประกวดราคาที่โจทก์วางไว้ได้ตามเงื่อนไข พิพากษายกฟ้องให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยโดยกำหนดเป็นค่าทนายความ 2,000 บาท

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยทั้งสองคืนเงินค่าประกันซองประกวดราคา 100,000 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์แต่เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์เท่าที่โจทก์ชนะและกำหนดเป็นค่าทนายความรวม 3,000 บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา โจทก์อุทธรณ์

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'คดีนี้โจทก์จำเลยนำสืบต้องกันรับฟังได้ว่าเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2525 จังหวัดอุบลราชธานีได้ประกาศประกวดราคาก่อสร้างอาคารโรงเรียนประถมศึกษาสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดอุบลราชธานีโดยกำหนดให้ผู้ประสงค์จะยื่นซองประกวดราคาต้องยื่นซองประกวดราคาในวันที่ 21 มิถุนายน 2525เวลา 10.00 ถึง 11.00 นาฬิกา และเปิดซองประกวดราคาในวันเดียวกันเวลา 13.30 นาฬิกา ณ สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดอุบลราชธานีปรากฏว่ามีผู้ยื่นซองประกวดราคาหลายรายเมื่อเปิดซองประมูลโจทก์เป็นผู้ประมูลในราคาต่ำสุดเป็นเงิน 1,430,000 บาท มีปัญหาว่าการที่โจทก์เสนอราคาต่ำสุดจะถือว่าเป็นผู้ประมูลได้หรือไม่ และจำเลยจะต้องแจ้งผลการประกวดราคาให้โจทก์ทราบหรือไม่เห็นว่าหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการประกวดราคาก่อสร้างอาคารโรงเรียนเอกสารหมาย

ป.ล.1 ข้อ 9 ได้สงวนสิทธิของจำเลยไว้ว่าจำเลยมีสิทธิจะตกลงจ้างผู้ยื่นซองประกวดราคารายใดก็ได้ไม่จำเป็นที่จะต้องจ้างผู้เสนอราคาต่ำเสมอไป จะจ้างผู้รับเหมารายเดียวหรือแยกจ้างหลายรายหรือจะไม่ตกลงจ้างกันทุกรายก็ได้ในเมื่อมีเหตุอันสมควรการสงวนสิทธิของจำเลยดังกล่าวจึงยังถือไม่ได้ว่าโจทก์ผู้เสนอราคาต่ำสุดเป็นผู้ประมูลได้เพราะหลังการเปิดซองประกวดราคาแล้วไม่ปรากฏว่าจำเลยได้แสดงความจำนงให้โจทก์เป็นผู้ชนะการประกวดราคาหรือไม่ จำเลยอาจไม่พอใจผลการประมูลทุกคนหรืออาจไม่พอใจผู้ประมูลในราคาต่ำก็ได้การที่จำเลยนำสืบว่าหลักเกณฑ์และเงื่อนไขข้อ 9 ตามเอกสารหมาย ป.ล.9 มีความหมายว่าการเสนอราคาต่ำอาจจะทำให้เสียหายแก่ราชการเช่นเสนอราคาต่ำมากเกินไปจนเห็นได้ชัดว่าเป็นการคำนวณราคาผิดหรือเขียนจำนวนเงินผิดพลาดไม่สามารถสร้างอาคารได้แน่นอนหรือเป็นการเสนอราคาสูงในลักษณะเป็นการสมยอมระหว่างผู้เสนอราคาด้วยกัน เป็นการเอาเปรียบแก่ทางราชการเช่นนี้

คณะกรรมการเปิดซองจะไม่ดำเนินการต่อรองราคาตามเอกสารหมาย ล.6 แสดงว่าโจทก์ได้รับการพิจารณาให้เป็นผู้รับจ้างเหมาแล้วนั้นเห็นว่าแบบฟอร์มดังกล่าวก็หาได้มีข้อความตอนใดแสดงว่าโจทก์เป็นผู้ประมูลราคาได้การที่ยังมีการต่อรองราคากันได้อีกนั้น จึงชี้ให้เห็นว่าขณะนั้นจำเลยยังมิได้ตกลงใจว่าผู้เสนอราคาต่ำสุดจะเป็นผู้ประมูลได้หากถือว่าผู้เสนอราคาต่ำสุดเป็นผู้ประมูลได้ดังจำเลยกล่าวอ้าง ก็ไม่มีเหตุผลใดที่ผู้ประมูลได้จะยอมให้มีการต่อรองราคาลงมาอีกเพราะถึงอย่างไรก็ประมูลได้แล้ว นอกจากนี้ข้อเท็จจริงยังฟังได้จากพยานจำเลยว่าเมื่อมีการต่อรองราคาได้ผลประการใดแล้วจึงจะเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดผู้มีอำนาจอนุมัติตัดสินใจอีกครั้งหนึ่งว่าจะได้มีการทำสัญญากันหรือไม่

ดังนั้นที่จำเลยอ้างว่าโจทก์ได้รับแบบฟอร์มต่อรองราคาแล้วจึงถือว่าเป็นผู้ประมูลได้นั้นไม่มีเหตุผลให้รับฟังและถือว่าโจทก์เป็นผู้ประมูลได้เมื่อจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอนุมัติให้จ้างโจทก์ซึ่งปรากฏตามเอกสารหมาย ล.7 ว่าจำเลยที่ 1 อนุมัติเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2525 และโดยที่หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการประกวดราคา ข้อ 6 มีว่า 'ฯลฯผลการประกวดราคาไม่ผูกพันว่าจังหวัดจะต้องแจ้งให้ผู้ยื่นซองประกวดราคาทราบเพราะถือว่าเป็นหน้าที่ของผู้ยื่นซองประกวดราคาจะต้องติดต่อสอบถามหรือดูประกาศผลการประกวดราคาเอง' ดังนั้นจำเลยจึงไม่มีหน้าที่จะต้องแจ้งผลการประกวดราคาไปให้โจทก์ทราบจึงถือได้ว่าโจทก์ทราบว่าตนชนะการประกวดราคาเป็นผู้ประมูลได้ในวันดังกล่าว

มีปัญหาต่อไปว่าเมื่อจำเลยตกลงใจให้โจทก์เป็นผู้ประมูลได้และได้มีหนังสือที่ ศธ.1478/3015 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2525ให้โจทก์มาทำสัญญาก่อสร้างอาคารโรงเรียนแล้วโจทก์บิดพริ้วไม่มาทำสัญญาภายใน 7 วันนับแต่วันที่แจ้งให้ทราบและถือว่าโจทก์สละสิทธิจำเลยมีสิทธิริบเงินประกันและถือว่าโจทก์ทิ้งงานตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามที่กำหนดไว้ในเอกสารป.ล.1 ข้อ 10 หรือไม่เห็นว่าเมื่อโจทก์ทราบว่าตนประมูลได้แล้ว การมาทำสัญญาต้องบังคับตามเอกสารหมาย ป.ล.1 ข้อ 10 ซึ่งระบุว่า 'ผู้ยื่นซองประกวดราคาได้ต้องมาทำสัญญาจ้างภายใน7 วันนับแต่วันที่ทางราชการแจ้งให้ทราบ ฯลฯ' ดังนั้น หากโจทก์ไม่ทราบกำหนดวันทำสัญญาย่อมถือไม่ได้ว่าโจทก์บิดพริ้วไม่มาทำสัญญาปรากฏว่าหลังจากที่จำเลยที่ 1 อนุมัติให้จ้างโจทก์แล้วต่อมาจำเลยได้ส่งหนังสือที่

ศธ.1478/3015 ลงวันที่9 กรกฎาคม 2525 ไปให้โจทก์มาทำสัญญากับจำเลยแล้วก็ให้นายเฉลิมศักดิ์ ถาวรยุติการต์ หัวหน้าฝ่ายการเจ้าหน้าที่ของสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดอุบลราชธานีติดตามผลปรากฏว่าได้ส่งหนังสือดังกล่าวทางไปรษณีย์จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 12กรกฎาคม 2525 ไปรษณีย์อำเภอธวัชบุรีจังหวัดร้อยเอ็ดที่โจทก์มีภูมิลำเนาอยู่รับหนังสือเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2525 ปรากฏตามหลักฐานเอกสารหมาย ป.จ.1 และเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2525 นายสิงห์คามวัลย์ กำนันตำบลมะบ้าอำเภอธวัชบุรีหน้าที่พิเศษไปรษณีย์ตำบลได้เซ็นรับใบแจ้งความจากไปรษณีย์อำเภอธวัชบุรีนายสิงห์ได้ยืนยันกับนายเฉลิมศักดิ์ว่าได้นำใบแจ้งความไปส่งนายทองดีผู้จัดการโจทก์เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2525 ปรากฏตามบันทึกปากคำนายสิงห์ในเอกสารหมาย

ล.3 ฝ่ายโจทก์มีนายเล็กดวงเพชรแสงบุรุษไปรษณีย์โทรเลขอำเภอธวัชบุรีและนายสิงห์คามวัลย์ กำนันตำบลมะบ้ามาเบิกความเป็นพยานรับฟังได้ว่าจดหมายลงทะเบียนหมายเลข 369 ของจำเลยส่งมาถึงที่ทำการไปรษณีย์อำเภอธวัชบุรีวันที่ 13 กรกฎาคม 2525 และได้จ่ายใบแจ้งความให้กับนายสิงห์กำนันตำบลมะบ้าผู้มีหน้าที่ไปรษณีย์ตำบลเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม2525 ปรากฏตามหลักฐานเอกสารหมาย ป.จ.1 ใน ป.51 บริเวณเครื่องหมายดอกจันทร์และนายสิงห์ได้ฝากจดหมายดังกล่าวให้นายจันทาเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2525 ต่อมาในวันที่ 9 สิงหาคม 2525 โจทก์จึงมารับจดหมายจากไปรษณีย์อำเภอธวัชบุรีปรากฏตามหลักฐาน ป.จ.1เมื่อได้ชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานโจทก์จำเลยแล้วเห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักน่าเชื่อว่าโจทก์เพิ่งได้รับจดหมายของจำเลยให้ไปทำสัญญาก่อสร้างอาคารโรงเรียนเมื่อวันที่ 9สิงหาคม 2525 ที่จำเลยอ้างว่าโจทก์ได้รับจดหมายของจำเลยเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2525 แล้วมาขอทำสัญญากับจำเลยภายหลังเกินกว่า 7 วันนับแต่วันรับจดหมายปรากฏตามเอกสารหมายเลข 1 ท้ายฟ้องนั้นก็เห็นว่าบันทึกปากคำนายสิงห์กำนันตำบลมะบ้าตามเอกสารหมายล.1 เพิ่งจะทำขึ้นเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2526 เป็นเวลาภายหลังที่มีการฟ้องร้องคดีนี้แล้วหลายเดือนและตัวนายสิงห์ได้มาเบิกความโต้แย้งว่าบันทึกนั้นไม่ถูกต้องความจริงตัวจดหมายลงทะเบียนหมายเลข 369 นายสิงห์ไม่ได้รับจากไปรษณีย์อำเภอธวัชบุรีไปส่งโจทก์นายสิงห์รับเฉพาะใบแจ้งความให้รับจดหมายเท่านั้นและปรากฏตามหลักฐานของไปรษณีย์อำเภอธวัชบุรีเอกสารหมาย ป.จ.1เป็นที่ชัดแจ้งว่าโจทก์มารับจดหมายตามใบแจ้งความให้ไปรับจดหมายเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2525 โจทก์จะรู้ข้อความภายในจดหมายให้ไปทำสัญญาก็เมื่อได้อ่านจดหมายแล้วในวันนั้น ดังนั้นข้ออ้างของจำเลยที่ว่าโจทก์ไม่ยอมไปทำสัญญาภายใน 7 วันนับแต่วันรับจดหมายเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2525 และโจทก์เกรงจะขาดทุนเนื่องจากประมูลราคาต่ำจึงบิดพริ้วหลีกเลี่ยงไม่ยอมทำสัญญาจึงฟังไม่ขึ้นการที่โจทก์มีหนังสือขอทำสัญญากับจำเลยเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2525 ก่อนได้รับจดหมายโจทก์ปรากฏตามเอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 1 จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการประกวดราคาและทิ้งงานศาลอุทธรณ์พิพากษามาชอบแล้วฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

อนึ่งโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีและฟ้องจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้อำนวยการประถมศึกษาจังหวัดอุบลราชธานีจำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว ข้อนี้เป็นปัญหาในเรื่องอำนาจฟ้องซึ่งเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยและแก้เสียให้ถูกต้องได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยทั้งสองรับผิดต่อโจทก์ในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี และฐานะผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัดอุบลราชธานีตามลำดับนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ'.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สาระ เสาวมล · สุนทร จันทรศักดิ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3263/2554

สัญญาจ้าง ข้อ 3 กำหนดให้ผู้รับจ้างคือ ผู้ร้องและบริษัท ฟ. คู่สัญญาร่วมนำหลักประกันเป็นจำนวนเงิน 16,850,000 บาท มามอบให้ผู้ว่าจ้าง คือ ผู้คัดค้าน เพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา หลักประกันเป็นเงิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1457/2548

คำขอท้ายฟ้องและคำขอท้ายอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสิบเอ็ดขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากทาวน์เฮาส์ที่พิพาท เมื่อทาวน์เฮาส์ปลูกอยู่บนที่ดินของโจทก์ทั้งสิบเอ็ด โจทก์ทั้งสิบเอ็ดย่อมไม่ประสงค์ให้จำเลยและบริวารอยู…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7104/2546

จำเลยที่ 1 ทำสัญญาจ้างจำเลยที่ 4 ก่อสร้างอาคารของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 4 ได้นำงานบางส่วนไปให้โจทก์ดำเนินการ ตามสัญญาระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 4 กำหนดว่า เมื่อจำเลยที่ 1 บอกเลิกสัญญาแก่จำเลยที่ 4 แล้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1924/2541

จำเลยทำสัญญาว่าจ้างโจทก์ให้ทำหน้าที่ดูแลทรัพย์สินของจำเลยและในช่วงเวลาที่พนักงานรักษาความปลอดภัยของโจทก์ทำหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยที่โชว์รูมของจำเลย รถจักรยานยนต์ 1 คัน ของ ก.พนักงานของจำเลยซึ่ง ก.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6135/2540

แม้ผู้ได้รับอนุญาตให้ปลูกสร้างอาคารพิพาท คือบริษัทค. ซึ่งจำเลยเป็นกรรมการผู้จัดการ และมีการปลูกสร้างอาคารดังกล่าวบนที่ดินซึ่งเป็นของบริษัท ค. เองก็ตาม แต่เมื่อจำเลยเป็นผู้ติดต่อว่าจ้างโจทก์ให้ออกแบบตก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้