Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59167)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยทั้งสองเป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับจำเลยทั้งสองเห็นว่า ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยข้อความในบันทึกการจับกุมตามเอกสารหมาย จ.7 และในบันทึกคำให้การของจำเลยทั้งสองชั้นสอบสวนตามเอกสารหมาย จ.9 และ จ.10 ผิดพลาดไปโดยตีความและให้ความหมายนอกเหนือไปจากข้อความที่ปรากฏอยู่ในเอกสารดังกล่าวทั้งหมด ฎีกาของจำเลยทั้งสองเป็นฎีกาปัญหาข้อกฎหมายและได้ยกขึ้นต่อสู้ในศาลอุทธรณ์มาแล้ว โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์และทนายโจทก์ร่วมได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 103,108)ระหว่างพิจารณา นางสาวเรณู ลิ้มชื่น ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357,83 จำเลยที่ 2 อายุ 19 ปีรู้ผิดชอบดีแล้วไม่ลดมาตราส่วนโทษให้ ลงโทษจำคุกคนละ 2 ปีคำรับในชั้นจับกุมและสอบสวนของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ 1 ปี 4 เดือนคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 101)จำเลยทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 103)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า เฉพาะพยานหลักฐานในส่วนข้อเท็จจริงในคดีนี้ไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะฟังลงโทษจำเลยทั้งสองได้ก็ดี และที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคลาดเคลื่อนเพราะเอกสารหมาย จ.7(บันทึกการจับกุม) ไม่มีข้อความใดที่ปรากฏอยู่อ้างถึงพฤติการณ์เกี่ยวกับเรื่องรับของโจรก็ดี เป็นการฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาชอบแล้วให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 533/2532พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นางสาวเรณู ลิ้มชื่นโจทก์นายกอบชัย ยังวัฒนา กับพวกจำเลยนายกอบชัย ยังวัฒนา ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายอุโลม พุทธนุรัตนะ ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยทั้งสองเป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับจำเลยทั้งสองเห็นว่า ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยข้อความในบันทึกการจับกุมตามเอกสารหมาย จ.7 และในบันทึกคำให้การของจำเลยทั้งสองชั้นสอบสวนตามเอกสารหมาย จ.9 และ จ.10 ผิดพลาดไปโดยตีความและให้ความหมายนอกเหนือไปจากข้อความที่ปรากฏอยู่ในเอกสารดังกล่าวทั้งหมด ฎีกาของจำเลยทั้งสองเป็นฎีกาปัญหาข้อกฎหมายและได้ยกขึ้นต่อสู้ในศาลอุทธรณ์มาแล้ว โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์และทนายโจทก์ร่วมได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 103,108)ระหว่างพิจารณา นางสาวเรณู ลิ้มชื่น

ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357,83 จำเลยที่ 2 อายุ 19 ปีรู้ผิดชอบดีแล้วไม่ลดมาตราส่วนโทษให้ ลงโทษจำคุกคนละ 2 ปีคำรับในชั้นจับกุมและสอบสวนของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ 1 ปี 4 เดือนคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 101)จำเลยทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 103)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า เฉพาะพยานหลักฐานในส่วนข้อเท็จจริงในคดีนี้ไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะฟังลงโทษจำเลยทั้งสองได้ก็ดี และที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคลาดเคลื่อนเพราะเอกสารหมาย จ.7(บันทึกการจับกุม) ไม่มีข้อความใดที่ปรากฏอยู่อ้างถึงพฤติการณ์เกี่ยวกับเรื่องรับของโจรก็ดี เป็นการฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาชอบแล้วให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนทร จันทรศักดิ์ · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้