Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2532 (ref. 59167)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยทั้งสองเป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับจำเลยทั้งสองเห็นว่า ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยข้อความในบันทึกการจับกุมตามเอกสารหมาย จ.7 และในบันทึกคำให้การของจำเลยทั้งสองชั้นสอบสวนตามเอกสารหมาย จ.9 และ จ.10 ผิดพลาดไปโดยตีความและให้ความหมายนอกเหนือไปจากข้อความที่ปรากฏอยู่ในเอกสารดังกล่าวทั้งหมด ฎีกาของจำเลยทั้งสองเป็นฎีกาปัญหาข้อกฎหมายและได้ยกขึ้นต่อสู้ในศาลอุทธรณ์มาแล้ว โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์และทนายโจทก์ร่วมได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 103,108)ระหว่างพิจารณา นางสาวเรณู ลิ้มชื่น ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357,83 จำเลยที่ 2 อายุ 19 ปีรู้ผิดชอบดีแล้วไม่ลดมาตราส่วนโทษให้ ลงโทษจำคุกคนละ 2 ปีคำรับในชั้นจับกุมและสอบสวนของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ 1 ปี 4 เดือนคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 101)จำเลยทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 103)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า เฉพาะพยานหลักฐานในส่วนข้อเท็จจริงในคดีนี้ไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะฟังลงโทษจำเลยทั้งสองได้ก็ดี และที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคลาดเคลื่อนเพราะเอกสารหมาย จ.7(บันทึกการจับกุม) ไม่มีข้อความใดที่ปรากฏอยู่อ้างถึงพฤติการณ์เกี่ยวกับเรื่องรับของโจรก็ดี เป็นการฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาชอบแล้วให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 533/2532พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นางสาวเรณู ลิ้มชื่นโจทก์นายกอบชัย ยังวัฒนา กับพวกจำเลยนายกอบชัย ยังวัฒนา ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายอุโลม พุทธนุรัตนะ ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยทั้งสองเป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับจำเลยทั้งสองเห็นว่า ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยข้อความในบันทึกการจับกุมตามเอกสารหมาย จ.7 และในบันทึกคำให้การของจำเลยทั้งสองชั้นสอบสวนตามเอกสารหมาย จ.9 และ จ.10 ผิดพลาดไปโดยตีความและให้ความหมายนอกเหนือไปจากข้อความที่ปรากฏอยู่ในเอกสารดังกล่าวทั้งหมด ฎีกาของจำเลยทั้งสองเป็นฎีกาปัญหาข้อกฎหมายและได้ยกขึ้นต่อสู้ในศาลอุทธรณ์มาแล้ว โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์และทนายโจทก์ร่วมได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 103,108)ระหว่างพิจารณา นางสาวเรณู ลิ้มชื่น

ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357,83 จำเลยที่ 2 อายุ 19 ปีรู้ผิดชอบดีแล้วไม่ลดมาตราส่วนโทษให้ ลงโทษจำคุกคนละ 2 ปีคำรับในชั้นจับกุมและสอบสวนของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ 1 ปี 4 เดือนคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 101)จำเลยทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 103)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า เฉพาะพยานหลักฐานในส่วนข้อเท็จจริงในคดีนี้ไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะฟังลงโทษจำเลยทั้งสองได้ก็ดี และที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคลาดเคลื่อนเพราะเอกสารหมาย จ.7(บันทึกการจับกุม) ไม่มีข้อความใดที่ปรากฏอยู่อ้างถึงพฤติการณ์เกี่ยวกับเรื่องรับของโจรก็ดี เป็นการฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาชอบแล้วให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
สุนทร จันทรศักดิ์ · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up