Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 58949)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยฎีกาข้อหาฐาน ความผิดฐานจัดหางานซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำคุกจำเลย1 ปี6 เดือน จึงต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริง และฎีกาของจำเลยล้วนแต่ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาจำเลย จำเลยเห็นว่า จำเลยได้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการรับฟังพยานหลักฐานว่า เอกสารหมายล.1 และ ล.2 ได้ระบุไว้ชัดแล้วว่าจำเลยเป็นเพียงผู้ช่วยเหลืออำนวยความสะดวก ติดต่อกับบริษัทหางานให้เท่านั้น มิได้เป็นผู้จัดหางานให้คนงานไปทำงานในต่างประเทศแต่อย่างใดการที่ศาลวินิจฉัยและพิพากษาโดยฟังพยานบุคคลไม่รับฟังพยานเอกสาร จึงเป็นการขัดต่อตัวบทกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้ รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 167) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 เนื่องจากจำเลยได้ชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้เสียหายบางคนจนเป็นที่พอใจและผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความ เห็นควรลงโทษจำเลยในสถานเบาจึงให้ลงโทษจำคุกจำเลยฐานนี้ 6 เดือน และผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30,82 จำคุกจำเลย 3 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพในความผิดฐานนี้เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยฐานนี้ 1 ปี 6 เดือน รวมจำคุกจำเลย 2 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343 ให้ยกฟ้อง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์และจำเลยฎีกา เฉพาะฎีกาของจำเลยศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 154,159) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 167) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยฎีกาว่า การที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับฟังพยาน เอกสารเป็นการขัดและวินิจฉัยข้อกฎหมายนอกเหนือจากตัวบทกฎหมายไม่ชอบด้วยความยุติธรรมและตัวบทกฎหมายนั้น เห็นศาลอุทธรณ์ วินิจฉัยว่าข้อหาจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดย ไม่ได้รับอนุญาตนั้น จำเลยให้การรับสารภาพ ที่ศาลอุทธรณ์เชื่อว่า จำเลยกระทำความผิดดังกล่าวเพราะเชื่อคำให้การรับสารภาพของจำเลยไม่ใช่ไม่รับฟังพยานเอกสารดังจำเลยฎีกา ฉะนั้นฎีกาของจำเลยจึงเป็น การโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ เป็นการ ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้วให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 50/2532พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสงครามโจทก์นายสมชายหรือโอสือ ศรีสุธรรมพรจำเลยนายสมชายหรือโอสือ ศรีสุธรรมพร จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า

จำเลยฎีกาข้อหาฐาน ความผิดฐานจัดหางานซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำคุกจำเลย1 ปี6 เดือน จึงต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริง และฎีกาของจำเลยล้วนแต่ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาจำเลย จำเลยเห็นว่า จำเลยได้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการรับฟังพยานหลักฐานว่า เอกสารหมายล.1 และ ล.2 ได้ระบุไว้ชัดแล้วว่าจำเลยเป็นเพียงผู้ช่วยเหลืออำนวยความสะดวก ติดต่อกับบริษัทหางานให้เท่านั้น มิได้เป็นผู้จัดหางานให้คนงานไปทำงานในต่างประเทศแต่อย่างใดการที่ศาลวินิจฉัยและพิพากษาโดยฟังพยานบุคคลไม่รับฟังพยานเอกสาร จึงเป็นการขัดต่อตัวบทกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้ รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 167)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 เนื่องจากจำเลยได้ชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้เสียหายบางคนจนเป็นที่พอใจและผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความ เห็นควรลงโทษจำเลยในสถานเบาจึงให้ลงโทษจำคุกจำเลยฐานนี้ 6 เดือน และผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30,82 จำคุกจำเลย 3 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพในความผิดฐานนี้เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยฐานนี้ 1 ปี 6 เดือน รวมจำคุกจำเลย 2 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343 ให้ยกฟ้อง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์และจำเลยฎีกา เฉพาะฎีกาของจำเลยศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 154,159) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 167) คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว

ที่จำเลยฎีกาว่า การที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับฟังพยาน เอกสารเป็นการขัดและวินิจฉัยข้อกฎหมายนอกเหนือจากตัวบทกฎหมายไม่ชอบด้วยความยุติธรรมและตัวบทกฎหมายนั้น เห็นศาลอุทธรณ์ วินิจฉัยว่าข้อหาจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดย ไม่ได้รับอนุญาตนั้น จำเลยให้การรับสารภาพ ที่ศาลอุทธรณ์เชื่อว่า จำเลยกระทำความผิดดังกล่าวเพราะเชื่อคำให้การรับสารภาพของจำเลยไม่ใช่ไม่รับฟังพยานเอกสารดังจำเลยฎีกา ฉะนั้นฎีกาของจำเลยจึงเป็น การโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ เป็นการ ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้วให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนทร จันทรศักดิ์ · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้