Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2532 (ref. 58949)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยฎีกาข้อหาฐาน ความผิดฐานจัดหางานซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำคุกจำเลย1 ปี6 เดือน จึงต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริง และฎีกาของจำเลยล้วนแต่ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาจำเลย จำเลยเห็นว่า จำเลยได้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการรับฟังพยานหลักฐานว่า เอกสารหมายล.1 และ ล.2 ได้ระบุไว้ชัดแล้วว่าจำเลยเป็นเพียงผู้ช่วยเหลืออำนวยความสะดวก ติดต่อกับบริษัทหางานให้เท่านั้น มิได้เป็นผู้จัดหางานให้คนงานไปทำงานในต่างประเทศแต่อย่างใดการที่ศาลวินิจฉัยและพิพากษาโดยฟังพยานบุคคลไม่รับฟังพยานเอกสาร จึงเป็นการขัดต่อตัวบทกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้ รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 167) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 เนื่องจากจำเลยได้ชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้เสียหายบางคนจนเป็นที่พอใจและผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความ เห็นควรลงโทษจำเลยในสถานเบาจึงให้ลงโทษจำคุกจำเลยฐานนี้ 6 เดือน และผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30,82 จำคุกจำเลย 3 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพในความผิดฐานนี้เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยฐานนี้ 1 ปี 6 เดือน รวมจำคุกจำเลย 2 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343 ให้ยกฟ้อง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์และจำเลยฎีกา เฉพาะฎีกาของจำเลยศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 154,159) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 167) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยฎีกาว่า การที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับฟังพยาน เอกสารเป็นการขัดและวินิจฉัยข้อกฎหมายนอกเหนือจากตัวบทกฎหมายไม่ชอบด้วยความยุติธรรมและตัวบทกฎหมายนั้น เห็นศาลอุทธรณ์ วินิจฉัยว่าข้อหาจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดย ไม่ได้รับอนุญาตนั้น จำเลยให้การรับสารภาพ ที่ศาลอุทธรณ์เชื่อว่า จำเลยกระทำความผิดดังกล่าวเพราะเชื่อคำให้การรับสารภาพของจำเลยไม่ใช่ไม่รับฟังพยานเอกสารดังจำเลยฎีกา ฉะนั้นฎีกาของจำเลยจึงเป็น การโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ เป็นการ ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้วให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 50/2532พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสงครามโจทก์นายสมชายหรือโอสือ ศรีสุธรรมพรจำเลยนายสมชายหรือโอสือ ศรีสุธรรมพร จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า

จำเลยฎีกาข้อหาฐาน ความผิดฐานจัดหางานซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำคุกจำเลย1 ปี6 เดือน จึงต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริง และฎีกาของจำเลยล้วนแต่ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาจำเลย จำเลยเห็นว่า จำเลยได้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการรับฟังพยานหลักฐานว่า เอกสารหมายล.1 และ ล.2 ได้ระบุไว้ชัดแล้วว่าจำเลยเป็นเพียงผู้ช่วยเหลืออำนวยความสะดวก ติดต่อกับบริษัทหางานให้เท่านั้น มิได้เป็นผู้จัดหางานให้คนงานไปทำงานในต่างประเทศแต่อย่างใดการที่ศาลวินิจฉัยและพิพากษาโดยฟังพยานบุคคลไม่รับฟังพยานเอกสาร จึงเป็นการขัดต่อตัวบทกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้ รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 167)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 เนื่องจากจำเลยได้ชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้เสียหายบางคนจนเป็นที่พอใจและผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความ เห็นควรลงโทษจำเลยในสถานเบาจึงให้ลงโทษจำคุกจำเลยฐานนี้ 6 เดือน และผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30,82 จำคุกจำเลย 3 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพในความผิดฐานนี้เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยฐานนี้ 1 ปี 6 เดือน รวมจำคุกจำเลย 2 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343 ให้ยกฟ้อง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์และจำเลยฎีกา เฉพาะฎีกาของจำเลยศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 154,159) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 167) คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว

ที่จำเลยฎีกาว่า การที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับฟังพยาน เอกสารเป็นการขัดและวินิจฉัยข้อกฎหมายนอกเหนือจากตัวบทกฎหมายไม่ชอบด้วยความยุติธรรมและตัวบทกฎหมายนั้น เห็นศาลอุทธรณ์ วินิจฉัยว่าข้อหาจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดย ไม่ได้รับอนุญาตนั้น จำเลยให้การรับสารภาพ ที่ศาลอุทธรณ์เชื่อว่า จำเลยกระทำความผิดดังกล่าวเพราะเชื่อคำให้การรับสารภาพของจำเลยไม่ใช่ไม่รับฟังพยานเอกสารดังจำเลยฎีกา ฉะนั้นฎีกาของจำเลยจึงเป็น การโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ เป็นการ ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้วให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
สุนทร จันทรศักดิ์ · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up