Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58903)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี ส่วนที่แก้ไขจากลงโทษฐานมีไว้ในครอบครอง และจำหน่าย เป็นลงโทษฐานจำหน่ายเพียงอย่างเดียวเป็นการ แก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยเป็นเรื่องของการรับฟังพยานหลักฐาน และดุลพินิจในการลงโทษ เป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า จำนวนยาม้าตามฟ้องแตกต่างกัน กับทางพิจารณาเป็นปัญหาข้อกฎหมาย และการที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นในฐานความผิดจึงมีผล ให้จำเลยได้รับโทษต่างกัน เป็นการแก้บทและแก้โทษจึงเป็นการ แก้ไขมาก จำเลยจึงฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ได้ โปรดมีคำสั่ง รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 72)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 ฐานครอบครองวัตถุออกฤทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาตตาม มาตรา 62 วรรคหนึ่ง,106 ให้ลงโทษจำคุก 1 ปี และฐานขาย วัตถุออกฤทธิ์ตามมาตรา 13,89 ให้ลงโทษจำคุก 5 ปีรวมเป็นโทษจำคุก 6 ปี ริบของกลางศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518มาตรา 4,6,13 ทวิ วรรคหนึ่ง,62,89,106 ที่แก้ไขแล้วเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานขายวัตถุออกฤทธิ์ ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90จำคุก 5 ปี จำเลยรับสารภาพในชั้นจับกุม เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 9 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 69)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 72)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมี ความผิด ตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518ฐานครอบครองวัตถุออกฤทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาตตาม มาตรา 62 วรรคหนึ่ง,106 จำคุก 1 ปี และฐานขายวัตถุออกฤทธิ์ตามมาตรา 13,89 จำคุก 5 ปี รวมจำคุก 6 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 1พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง,62,89,106 ลงโทษฐานขายวัตถุออกฤทธิ์ ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 5 ปี จำเลยรับสารภาพในชั้นจับกุม เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 9 เดือน เป็นการแก้ไขเล็กน้อยจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกานั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของ จำเลย

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2757/2537พนักงานอัยการจังหวัดเลยโจทก์นายอารมณ์ บัวชัยยาจำเลยนายอารมณ์ บัวชัยยา จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218 วรรคแรกความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี ส่วนที่แก้ไขจากลงโทษฐานมีไว้ในครอบครอง และจำหน่าย เป็นลงโทษฐานจำหน่ายเพียงอย่างเดียวเป็นการ แก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยเป็นเรื่องของการรับฟังพยานหลักฐาน และดุลพินิจในการลงโทษ เป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า จำนวนยาม้าตามฟ้องแตกต่างกัน กับทางพิจารณาเป็นปัญหาข้อกฎหมาย และการที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นในฐานความผิดจึงมีผล ให้จำเลยได้รับโทษต่างกัน เป็นการแก้บทและแก้โทษจึงเป็นการ

แก้ไขมาก จำเลยจึงฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ได้ โปรดมีคำสั่ง รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 72)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 ฐานครอบครองวัตถุออกฤทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาตตาม มาตรา 62 วรรคหนึ่ง,106 ให้ลงโทษจำคุก 1 ปี และฐานขาย วัตถุออกฤทธิ์ตามมาตรา 13,89 ให้ลงโทษจำคุก 5 ปีรวมเป็นโทษจำคุก 6 ปี ริบของกลางศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518มาตรา 4,6,13 ทวิ วรรคหนึ่ง,62,89,106 ที่แก้ไขแล้วเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานขายวัตถุออกฤทธิ์ ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90จำคุก 5 ปี

จำเลยรับสารภาพในชั้นจับกุม เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 9 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 69)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 72)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมี ความผิด ตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518ฐานครอบครองวัตถุออกฤทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาตตาม มาตรา 62 วรรคหนึ่ง,106 จำคุก 1 ปี และฐานขายวัตถุออกฤทธิ์ตามมาตรา 13,89 จำคุก 5 ปี รวมจำคุก 6 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 1พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท

พ.ศ. 2518 มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง,62,89,106 ลงโทษฐานขายวัตถุออกฤทธิ์ ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 5 ปี จำเลยรับสารภาพในชั้นจับกุม เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 9 เดือน เป็นการแก้ไขเล็กน้อยจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกานั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของ จำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล สระฏัน · อธิราช มณีภาค · วุฒิ คราวุฒิ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้