Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58903)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี ส่วนที่แก้ไขจากลงโทษฐานมีไว้ในครอบครอง และจำหน่าย เป็นลงโทษฐานจำหน่ายเพียงอย่างเดียวเป็นการ แก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยเป็นเรื่องของการรับฟังพยานหลักฐาน และดุลพินิจในการลงโทษ เป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า จำนวนยาม้าตามฟ้องแตกต่างกัน กับทางพิจารณาเป็นปัญหาข้อกฎหมาย และการที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นในฐานความผิดจึงมีผล ให้จำเลยได้รับโทษต่างกัน เป็นการแก้บทและแก้โทษจึงเป็นการ แก้ไขมาก จำเลยจึงฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ได้ โปรดมีคำสั่ง รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 72)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 ฐานครอบครองวัตถุออกฤทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาตตาม มาตรา 62 วรรคหนึ่ง,106 ให้ลงโทษจำคุก 1 ปี และฐานขาย วัตถุออกฤทธิ์ตามมาตรา 13,89 ให้ลงโทษจำคุก 5 ปีรวมเป็นโทษจำคุก 6 ปี ริบของกลางศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518มาตรา 4,6,13 ทวิ วรรคหนึ่ง,62,89,106 ที่แก้ไขแล้วเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานขายวัตถุออกฤทธิ์ ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90จำคุก 5 ปี จำเลยรับสารภาพในชั้นจับกุม เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 9 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 69)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 72)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมี ความผิด ตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518ฐานครอบครองวัตถุออกฤทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาตตาม มาตรา 62 วรรคหนึ่ง,106 จำคุก 1 ปี และฐานขายวัตถุออกฤทธิ์ตามมาตรา 13,89 จำคุก 5 ปี รวมจำคุก 6 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 1พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง,62,89,106 ลงโทษฐานขายวัตถุออกฤทธิ์ ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 5 ปี จำเลยรับสารภาพในชั้นจับกุม เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 9 เดือน เป็นการแก้ไขเล็กน้อยจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกานั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของ จำเลย

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2757/2537พนักงานอัยการจังหวัดเลยโจทก์นายอารมณ์ บัวชัยยาจำเลยนายอารมณ์ บัวชัยยา จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218 วรรคแรกความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี ส่วนที่แก้ไขจากลงโทษฐานมีไว้ในครอบครอง และจำหน่าย เป็นลงโทษฐานจำหน่ายเพียงอย่างเดียวเป็นการ แก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยเป็นเรื่องของการรับฟังพยานหลักฐาน และดุลพินิจในการลงโทษ เป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า จำนวนยาม้าตามฟ้องแตกต่างกัน กับทางพิจารณาเป็นปัญหาข้อกฎหมาย และการที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นในฐานความผิดจึงมีผล ให้จำเลยได้รับโทษต่างกัน เป็นการแก้บทและแก้โทษจึงเป็นการ

แก้ไขมาก จำเลยจึงฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ได้ โปรดมีคำสั่ง รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 72)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 ฐานครอบครองวัตถุออกฤทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาตตาม มาตรา 62 วรรคหนึ่ง,106 ให้ลงโทษจำคุก 1 ปี และฐานขาย วัตถุออกฤทธิ์ตามมาตรา 13,89 ให้ลงโทษจำคุก 5 ปีรวมเป็นโทษจำคุก 6 ปี ริบของกลางศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518มาตรา 4,6,13 ทวิ วรรคหนึ่ง,62,89,106 ที่แก้ไขแล้วเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานขายวัตถุออกฤทธิ์ ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90จำคุก 5 ปี

จำเลยรับสารภาพในชั้นจับกุม เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 9 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 69)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 72)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมี ความผิด ตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518ฐานครอบครองวัตถุออกฤทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาตตาม มาตรา 62 วรรคหนึ่ง,106 จำคุก 1 ปี และฐานขายวัตถุออกฤทธิ์ตามมาตรา 13,89 จำคุก 5 ปี รวมจำคุก 6 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 1พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท

พ.ศ. 2518 มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง,62,89,106 ลงโทษฐานขายวัตถุออกฤทธิ์ ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 5 ปี จำเลยรับสารภาพในชั้นจับกุม เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 9 เดือน เป็นการแก้ไขเล็กน้อยจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกานั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของ จำเลย

Matter details

Panel of judges
มงคล สระฏัน · อธิราช มณีภาค · วุฒิ คราวุฒิ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up