Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 589/2521

พ.ศ. 2521 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ใบชาและชาผงที่บริษัทโจทก์ผลิตแล้วขายให้แก่องค์การคลังสินค้า จัดทำผ่านกรรมวิธีมาแล้วหลายขั้นตอนจนสามารถชงดื่มได้ ถือได้ว่าใบชาและชาผงดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์ชงดื่มตามบัญชี 1 หมวด 1 (3) ท้ายพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลกฎหมายรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ 21) พ.ศ.2509 แก้ไขเพิ่มเติมโดย (ฉบับที่ 43) พ.ศ.2516 แม้ใบชาและชาผงของบริษัทโจทก์จะไม่เป็นที่นิยม เพราะไม่ได้ปรุงแต่งรสกลิ่นและความสะอาดไม่ดีนัก ก็ไม่ทำให้ใบชาและชาผงนั้นไม่เป็นผลิตภัณฑ์ชงดื่ม ส่วนที่พ่อค้าซื้อใบชาและชาผงของบริษัทโจทก์ไปจากองค์การคลังสินค้าแล้วนำไปผ่านกรรมวิธีอีกครั้งหนึ่ง ก็เป็นเรื่องที่พ่อค้าประสงค์จะให้ใบชาและชาผงนั้นมีคุณภาพและรสดีเป็นที่นิยมของผู้บริโภคเท่านั้น การขนส่งใบชาและชาผงจากโรงานของบริษัทโจทก์ที่เชียงใหม่ ถึงองค์การคลังสินค้าที่กรุงเทพใช้เวลาไม่เกิน 7 วัน แต่ใบชาและชาผงที่บริษัทโจทก์ผลิตแล้วขายให้องค์การคลังสินค้าสามารถเก็บไว้ได้นานเป็นแรมปี เห็นได้ว่าบริษัทโจทก์ประสงค์จะให้ใบชาและชาผงที่บริษัทโจทก์ผลิตโดยผ่านกรรมวิธีดังกล่าวนั้น มีสภาพคงอยู่ถาวรเพื่อมิให้เสียง่าย มิใช่จัดทำเพียงเพื่อรักษามิให้ใบชาและชาผงเสียเป็นการชั่วคราวระหว่างขนส่งใบชาและชาผง ที่บริษัทโจทก์ผลิตแล้วขายให้องค์การคลังสินค้าจึงไม่ได้รับการยกเว้นภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากรมาตรา 78 ทวิ (2) (ด) แก้ไขเพิ่มเติมโดย (ฉบับที่ 20) พ.ศ.2513 มาตรา 4 แต่ต้องเสียภาษีการค้าในอัตราร้อยละ 7 ของรายรับ ประเภทการค้า 1 การขายของชนิด 1 (3) ตามบัญชีอัตราการค้า

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ใบชาที่โจทก์จำหน่ายเป็นใบชาที่เก็บจากต้นชาโดยตรง และนำมาผ่านกรรมวิธีเบื้องต้น เพื่อมิให้เน่าเปื่อยเท่านั้น จึงควรได้รับยกเว้นภาษีตาม มาตรา ๗๘ ทวิ (๒) (ด) แห่งประมวลรัษฎากร และใบชาดังกล่าวยังไม่สามารถชงดื่มได้ จึงมิใช่ผลิตภัณฑ์ชงดื่ม ส่วนชาผงก็เช่นเดียวกัน ต้องเอาไปผสมสีและเติมหัวเชื้อของกลิ่นเพื่อให้เกิดรสชาติขึ้น จึงควรเสียภาษีเพียงร้อยละ ๑.๕ แต่เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยได้ประเมินให้โจทก์เสียภาษีการค้าเพิ่มและเงินเพิ่มตามมาตรา ๘๙ ทวิ จึงขอให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์

จำเลยทั้งห้าให้การว่า ใบชาและชาผงที่โจทก์ผลิตจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์ชงดื่มต้องเสียภาษีร้อยละ ๗ ของรายรับ ไม่เข้าลักษณะได้รับยกเว้นตามมาตรา ๗๘ ทวิ (๒) (ด)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในปัญหาที่ว่าใบชาและชาผงที่บริษัทโจทก์ผลิตแล้วขายให้แก่องค์การคลังสินค้าเป็นผลิตภัณฑ์ชงดื่มตามบัญชีที่ ๑ หมวด ๑ (๓) ท้ายพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ ๒๑) พ.ศ.๒๕๐๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นและลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ ๔๓) พ.ศ.๒๕๑๖ หรือไม่นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าใบชาและชาผงที่บริษัทโจทก์ผลิตแล้วขายให้แก่องค์การคลังสินค้าจัดทำผ่านกรรมวิธีมาแล้วหลายขั้นตอนจนสามารถใช้ชงดื่มได้ จึงถือได้ว่าใบชาและชาผงที่บริษัทโจทก์ผลิตแล้วขายให้องค์การคลังสินค้าเป็นผลิตภัณฑ์ชงดื่มตามบัญชีที่ ๑ หมวด ๑ (๓) ท้ายพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว แม้ใบชาและชาผงของบริษัทโจทก์จะไม่เป็นที่นิยมเพราะไม่ได้ปรุงแต่งรสและกลิ่น และความสะอาดไม่ดีนักก็ไม่ทำให้ใบชาและชาผงของบริษัทโจทก์ไม่เป็นผลิตภัณฑ์ชงดื่ม ส่วนการที่พ่อค้าที่ซื้อใบชาและชาผงของบริษัทโจทก์ไปจากองค์การคลังสินค้าแล้วนำใบชาและชาผงนั้นไปผ่านกรรมวิธีอีกครั้งหนึ่ง ก็เป็นเรื่องที่พ่อค้าประสงค์จะให้ใบชาและชาผงนั้นมีคุณภาพและรสดีเพื่อให้เป็นที่นิยมของผู้บริโภคเท่านั้น

สำหรับปัญหาต่อไปว่า โจทก์ได้รับยกเว้นภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๗๘ ทวิ (๒) (ด) หรือไม่นั้นเห็นว่า การขนส่งใบชาและชาผงจากโรงงานของบริษัทโจทก์ที่จังหวัดเชียงใหม่ ถึงองค์การคลังสินค้าที่กรุงเทพมหานครใช้เวลาไม่เกิน ๗ วัน แต่ใบชาและชาผงที่บริษัทโจทก์ผลิตแล้วขายให้องค์การคลังสินค้าสามารถเก็บไว้นานเป็นแรมปี จึงเห็นได้ว่าใบชาและชาผงที่บริษัทโจทก์ผลิตโดยผ่านกรรมวิธีดังกล่าว บริษัทโจทก์ประสงค์จะให้ใบชาและชาผงที่บริษัทโจทก์ผลิตมีสภาพคงอยู่อย่างถาวรเพื่อไม่ให้เสียง่าย มิใช่จัดทำเพียงเพื่อรักษามิให้ใบชาและชาผงเสียเป็นการชั่วคราวระหว่างขนส่ง ใบชาและชาผงที่บริษทโจทก์ผลิตแล้วขายให้องค์การคลังสินค้าจึงไม่ได้รับการยกเว้นภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๗๘ ทวิ (๒) (ด) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๒๐)

พ.ศ. ๒๕๑๓ มาตรา ๔ แต่จะต้องเสียภาษีการค้าในอัตราร้อยละ ๗ ของรายวัน ประเภทการค้า ๑ การขายของชนิด ๑ (ก) ตามบัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายหมวด ๔ ในลักษณะ ๒ แห่งประมวลรัษฎากร ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สุจริต เสถียรกาล · สนิท อังศุสิงห์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายเสวก จันทร์ผ่อง
ศาลอุทธรณ์ - นายประการ กาญจนศูนย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9150/2560

บทบัญญัติแห่ง ป.รัษฎากร มิได้ห้ามเจ้าพนักงานประเมินแก้ไขการออกหมายเรียกที่ผิดพลาดให้ถูกต้องได้ เจ้าพนักงานประเมินยกเลิกหมายเรียกฉบับเดิมและออกหมายเรียกฉบับใหม่ เพราะเห็นว่าหมายเรียกฉบับเดิมมีข้อบกพร่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9017/2560

การยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ จากการโอนกิจการทั้งหมดให้แก่กันของบริษัทจำกัด ตาม พ.ร.ฎ.ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2500 มาตรา 5 สัตตรส และมาต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6132/2560

เจ้าพนักงานประเมินออกหมายเรียกทั้งสองฉบับ โดยอาศัยอำนาจตาม ป.รัษฎากร มาตรา 19 เนื่องจากเป็นกรณีโจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไว้ไม่ถูกต้อง และในกรณีที่มีการแสดงรายการตามแบบที่ยื่นไม่ถูกต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12127/2558

โจทก์และบริษัท ล. มุ่งประสงค์ถึงการขนถ่ายสินค้าของโจทก์จากเรือนำไปเก็บยังคลังสินค้าที่โจทก์เช่าจากบริษัท ล. ให้สำเร็จเสร็จสิ้นไปเป็นสำคัญ โดยบริษัท ล. ทำงานได้โดยอิสระเพียงเพื่อให้ได้ผลสำเร็จของงานเท่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9542/2557

ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 30 บัญญัติว่า ในการอุทธรณ์การประเมินภาษีอากรให้อุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน กรณีตามคำฟ้องของโจทก์ไม่ใช่เรื่องอุทธรณ์การประเมินภาษีอากรที่เจ้าพนักง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้