คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า ใบชาที่โจทก์จำหน่ายเป็นใบชาที่เก็บจากต้นชาโดยตรง และนำมาผ่านกรรมวิธีเบื้องต้น เพื่อมิให้เน่าเปื่อยเท่านั้น จึงควรได้รับยกเว้นภาษีตาม มาตรา ๗๘ ทวิ (๒) (ด) แห่งประมวลรัษฎากร และใบชาดังกล่าวยังไม่สามารถชงดื่มได้ จึงมิใช่ผลิตภัณฑ์ชงดื่ม ส่วนชาผงก็เช่นเดียวกัน ต้องเอาไปผสมสีและเติมหัวเชื้อของกลิ่นเพื่อให้เกิดรสชาติขึ้น จึงควรเสียภาษีเพียงร้อยละ ๑.๕ แต่เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยได้ประเมินให้โจทก์เสียภาษีการค้าเพิ่มและเงินเพิ่มตามมาตรา ๘๙ ทวิ จึงขอให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์
จำเลยทั้งห้าให้การว่า ใบชาและชาผงที่โจทก์ผลิตจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์ชงดื่มต้องเสียภาษีร้อยละ ๗ ของรายรับ ไม่เข้าลักษณะได้รับยกเว้นตามมาตรา ๗๘ ทวิ (๒) (ด)
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในปัญหาที่ว่าใบชาและชาผงที่บริษัทโจทก์ผลิตแล้วขายให้แก่องค์การคลังสินค้าเป็นผลิตภัณฑ์ชงดื่มตามบัญชีที่ ๑ หมวด ๑ (๓) ท้ายพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ ๒๑) พ.ศ.๒๕๐๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นและลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ ๔๓) พ.ศ.๒๕๑๖ หรือไม่นั้น
ศาลฎีกาเห็นว่าใบชาและชาผงที่บริษัทโจทก์ผลิตแล้วขายให้แก่องค์การคลังสินค้าจัดทำผ่านกรรมวิธีมาแล้วหลายขั้นตอนจนสามารถใช้ชงดื่มได้ จึงถือได้ว่าใบชาและชาผงที่บริษัทโจทก์ผลิตแล้วขายให้องค์การคลังสินค้าเป็นผลิตภัณฑ์ชงดื่มตามบัญชีที่ ๑ หมวด ๑ (๓) ท้ายพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว แม้ใบชาและชาผงของบริษัทโจทก์จะไม่เป็นที่นิยมเพราะไม่ได้ปรุงแต่งรสและกลิ่น และความสะอาดไม่ดีนักก็ไม่ทำให้ใบชาและชาผงของบริษัทโจทก์ไม่เป็นผลิตภัณฑ์ชงดื่ม ส่วนการที่พ่อค้าที่ซื้อใบชาและชาผงของบริษัทโจทก์ไปจากองค์การคลังสินค้าแล้วนำใบชาและชาผงนั้นไปผ่านกรรมวิธีอีกครั้งหนึ่ง ก็เป็นเรื่องที่พ่อค้าประสงค์จะให้ใบชาและชาผงนั้นมีคุณภาพและรสดีเพื่อให้เป็นที่นิยมของผู้บริโภคเท่านั้น
สำหรับปัญหาต่อไปว่า โจทก์ได้รับยกเว้นภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๗๘ ทวิ (๒) (ด) หรือไม่นั้นเห็นว่า การขนส่งใบชาและชาผงจากโรงงานของบริษัทโจทก์ที่จังหวัดเชียงใหม่ ถึงองค์การคลังสินค้าที่กรุงเทพมหานครใช้เวลาไม่เกิน ๗ วัน แต่ใบชาและชาผงที่บริษัทโจทก์ผลิตแล้วขายให้องค์การคลังสินค้าสามารถเก็บไว้นานเป็นแรมปี จึงเห็นได้ว่าใบชาและชาผงที่บริษัทโจทก์ผลิตโดยผ่านกรรมวิธีดังกล่าว บริษัทโจทก์ประสงค์จะให้ใบชาและชาผงที่บริษัทโจทก์ผลิตมีสภาพคงอยู่อย่างถาวรเพื่อไม่ให้เสียง่าย มิใช่จัดทำเพียงเพื่อรักษามิให้ใบชาและชาผงเสียเป็นการชั่วคราวระหว่างขนส่ง ใบชาและชาผงที่บริษทโจทก์ผลิตแล้วขายให้องค์การคลังสินค้าจึงไม่ได้รับการยกเว้นภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๗๘ ทวิ (๒) (ด) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๒๐)
พ.ศ. ๒๕๑๓ มาตรา ๔ แต่จะต้องเสียภาษีการค้าในอัตราร้อยละ ๗ ของรายวัน ประเภทการค้า ๑ การขายของชนิด ๑ (ก) ตามบัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายหมวด ๔ ในลักษณะ ๒ แห่งประมวลรัษฎากร ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
Result
พิพากษายืน