Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 589/2484

พ.ศ. 2484 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยจับผู้เล่นการพะนันได้แล้วบอกว่าจำเลยปรับเองได้ ผู้ถูกจับหลงเชื่อจึงมอบเงินให้จำเลยดั่งนี้ จำเลยไม่มีผิดมาตรา 136 และ มาตรา 138.

คำฟ้องและคำให้การ

ได้ความว่าจำเลยเป็นตำรวจไปทำการจับกุมผู้ลักเล่นการพะนันไพ่ไทยโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และจับผู้ต้องหาได้สองคน ขณะที่ควบคุมมาระหว่างทางมีผู้ขอประกันตัวผู้ต้องหา จำเลยพูดว่าจำเลยปรับเองได้ ผู้ต้องหาหลงเชื่อจึงให้เงินจำเลยคนละ ๑๐ บาท ผู้ต้องหาจึงถูกปล่อยตัวไป.

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นผิดต่อมาตรา ๑๓๖ เพราะไม่มีการบังคับให้เขาส่งเงินและไม่เป็นผิดฐานรับสินบนตามมาตรา ๑๒๖-๑๓๘ เพราะผู้ให้ได้ให้ไปโดยเชื่อว่าจำเลยจะส่งเงินนั้นเป็นค่าปรับของหลวง จึงพิพากษายกฟ้อง.

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๑๓๖,๑๓๘

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้จำเลยมิได้ใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่โดยทางอันมิชอบบังคับให้ผู้เสียหายให้เงินแก่จำเลย แต่หากผู้เสียหายให้เงินแก่จำเลย แต่หากผู้เสียหายเต็มใจให้เงินแก่จำเลย แต่หากผู้เสียหายเต็มใจให้เงินแก่จำเลยโดยหลงเชือว่าจำเลยมีอำนาจรับเงินค่าปรับได้จึงไม่อยู่ในขายมาตรา ๑๓๖ ส่วนข้อหาที่ว่าคำพูดของจำเลยถือได้ว่าจำเลยมีเจตนาเรียกเอาเงินจากผู้เสียหาย เพื่อละเว้นไม่กระทำการในหน้าที่ของจำเลยโดยปล่อยตัวผู้เสียหาย ไม่นำส่งสถานีตำรวจนั้น เห็นว่าจำเลยเจตนาหลอกลวงให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าจำเลยรับชำระเงินค่าปรับนั้นได้เท่านั้น และผู้เสียหายก็เจตนาให้เงินจำเลยเพื่อชำระค่าปรับโดยหลงเชื่อคำหลอกลวง เงิน ๑๐ บาทจึงเป็นค่าปรับไม่ใช่เงินสินบน จึงลงโทษจำเลยไม่ได้พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นิติศาสตร์ · พลางกูร · ทิพปัญญา อ. บุปผเวส
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้