Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58851)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีต้องห้ามฎีกาจึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า คดีนี้ คำให้การของพยานโจทก์ล้วนให้การ ขัดแย้งกันทั้งหมดและจำเลยถูกจับกุมในคดีเพราะมีเรื่อง โกรธเคืองกับเจ้าพนักงานตำรวจจนถึงขั้นฟ้องร้องน่าจะยกประโยชน์ แห่งความสงสัยให้เป็นประโยชน์กับจำเลย รายละเอียดปรากฏตาม สำเนาฎีกา และคดีนี้เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของ ประชาชน เป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาควรจะได้รับวินิจฉัย โปรดมี คำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7) จำคุก 4 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 1,500 บาท บัตรเอทีเอ็ม 3 ฉบับบัตรข้าราชการ 1 ฉบับแก่ผู้เสียหายศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7) วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 83 ให้จำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 99)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 101)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7) จำคุก 4 ปีศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7) วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 83 จำคุก 2 ปี เป็นการแก้ไขเล็กน้อยและลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี จำเลยจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ที่จำเลย ฎีกาว่า ผู้เสียหายกับพยานโจทก์ไม่เห็นคนร้าย และคำให้การ พยานโจทก์ล้วนเบิกความขัดแย้ง สาเหตุที่จำเลยถูกจับกุม เนื่องจากมีเรื่องโกรธเคืองกับเจ้าพนักงานตำรวจ น่าจะยกประโยชน์ แห่งความสงสัยให้แก่จำเลยนั้น เป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการ รับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 3 เป็นฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้น ไม่รับฎีกาของจำเลยนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของ จำเลย

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2571/2537พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราชโจทก์นางบุญนำ ฉ่ำเฉิบจำเลยนางบุญนำ ฉ่ำเฉิบ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีต้องห้ามฎีกาจึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า คดีนี้ คำให้การของพยานโจทก์ล้วนให้การ ขัดแย้งกันทั้งหมดและจำเลยถูกจับกุมในคดีเพราะมีเรื่อง โกรธเคืองกับเจ้าพนักงานตำรวจจนถึงขั้นฟ้องร้องน่าจะยกประโยชน์ แห่งความสงสัยให้เป็นประโยชน์กับจำเลย รายละเอียดปรากฏตาม สำเนาฎีกา และคดีนี้เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของ ประชาชน เป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาควรจะได้รับวินิจฉัย โปรดมี คำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7) จำคุก 4 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 1,500 บาท

บัตรเอทีเอ็ม 3 ฉบับบัตรข้าราชการ 1 ฉบับแก่ผู้เสียหายศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7) วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 83 ให้จำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 99)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 101)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7) จำคุก 4 ปีศาลอุทธรณ์ภาค 3

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7) วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 83 จำคุก 2 ปี เป็นการแก้ไขเล็กน้อยและลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี จำเลยจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ที่จำเลย ฎีกาว่า ผู้เสียหายกับพยานโจทก์ไม่เห็นคนร้าย และคำให้การ พยานโจทก์ล้วนเบิกความขัดแย้ง สาเหตุที่จำเลยถูกจับกุม เนื่องจากมีเรื่องโกรธเคืองกับเจ้าพนักงานตำรวจ น่าจะยกประโยชน์ แห่งความสงสัยให้แก่จำเลยนั้น เป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการ รับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 3 เป็นฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้น ไม่รับฎีกาของจำเลยนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของ จำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทวีชัย เจริญบัณฑิต · นิเวศน์ คำผอง · ดุสิต เพชรปลูก
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้