คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2571/2537พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราชโจทก์นางบุญนำ ฉ่ำเฉิบจำเลยนางบุญนำ ฉ่ำเฉิบ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีต้องห้ามฎีกาจึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า คดีนี้ คำให้การของพยานโจทก์ล้วนให้การ ขัดแย้งกันทั้งหมดและจำเลยถูกจับกุมในคดีเพราะมีเรื่อง โกรธเคืองกับเจ้าพนักงานตำรวจจนถึงขั้นฟ้องร้องน่าจะยกประโยชน์ แห่งความสงสัยให้เป็นประโยชน์กับจำเลย รายละเอียดปรากฏตาม สำเนาฎีกา และคดีนี้เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของ ประชาชน เป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาควรจะได้รับวินิจฉัย โปรดมี คำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7) จำคุก 4 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 1,500 บาท
บัตรเอทีเอ็ม 3 ฉบับบัตรข้าราชการ 1 ฉบับแก่ผู้เสียหายศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7) วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 83 ให้จำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 99)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 101)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7) จำคุก 4 ปีศาลอุทธรณ์ภาค 3
Result
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7) วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 83 จำคุก 2 ปี เป็นการแก้ไขเล็กน้อยและลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี จำเลยจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ที่จำเลย ฎีกาว่า ผู้เสียหายกับพยานโจทก์ไม่เห็นคนร้าย และคำให้การ พยานโจทก์ล้วนเบิกความขัดแย้ง สาเหตุที่จำเลยถูกจับกุม เนื่องจากมีเรื่องโกรธเคืองกับเจ้าพนักงานตำรวจ น่าจะยกประโยชน์ แห่งความสงสัยให้แก่จำเลยนั้น เป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการ รับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 3 เป็นฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้น ไม่รับฎีกาของจำเลยนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของ จำเลย