Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58832)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกาคำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งว่า คำสั่งเรื่องขอทุเลาการบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 231 เป็นอำนาจของศาลแต่ละศาลเป็น ชั้น ๆ ไปเมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้องขอทุเลาการบังคับระหว่างอุทธรณ์ของจำเลยแล้ว จำเลยฎีกาไม่ได้จึงไม่รับฎีกาค่าขึ้นศาลเป็นพับ จำเลยเห็นว่า ฎีกาคำสั่งของจำเลยฉบับลงวันที่ 30 สิงหาคม 2537 เป็นอำนาจของศาลฎีกาที่จะพิจารณาวินิจฉัย การที่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาคำสั่งของจำเลยดังกล่าว จึงไม่ถูกต้อง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาคำสั่งของจำเลย ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฎว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากตึกแถวเลขที่ 2255 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิเขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร พร้อมส่งมอบตึกแถวพิพาทคืนแก่โจทก์ และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 9,000 บาทและค่าเสียหายอีกเดือนละ 3,000 บาท นับตั้งแต่วันถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 3 ธันวาคม 2536) จนกว่าจำเลยจะส่งมอบตึกแถวพิพาทให้โจทก์ จำเลยอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่าง อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับ ให้ยกคำร้อง (อันดับ 5) จำเลยฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับ (อันดับ 6) จำเลยยื่นคำร้องนี้ ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาเกินกำหนด 15 วัน ให้ส่งศาลฎีกาเพื่อ พิจารณาสั่ง (อันดับ 10) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้จำเลยยื่นฎีกาวันที่ 30 สิงหาคม 2537ศาลชั้นต้นให้จำเลยมาทราบคำสั่งในวันที่ 5 กันยายน 2537จำเลยลงชื่อรับทราบคำสั่งแล้วและศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยในวันดังกล่าว ถือว่าจำเลยทราบคำสั่งของศาลชั้นต้น เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2537 จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาในวันที่ 29 กันยายน 2537จึงเกินกำหนด 15 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 234 ประกอบด้วยมาตรา 247 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2503/2537นายกิตติ พิพัฒนรังคะโจทก์นางม่วยเจา แซ่แหว่จำเลยนางม่วยเจา แซ่แหว่ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 234, ม. 247 ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาคำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งว่า คำสั่งเรื่องขอทุเลาการบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 231 เป็นอำนาจของศาลแต่ละศาลเป็น ชั้น ๆ ไปเมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้องขอทุเลาการบังคับระหว่างอุทธรณ์ของจำเลยแล้ว

จำเลยฎีกาไม่ได้จึงไม่รับฎีกาค่าขึ้นศาลเป็นพับ จำเลยเห็นว่า ฎีกาคำสั่งของจำเลยฉบับลงวันที่ 30 สิงหาคม 2537 เป็นอำนาจของศาลฎีกาที่จะพิจารณาวินิจฉัย การที่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาคำสั่งของจำเลยดังกล่าว จึงไม่ถูกต้อง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาคำสั่งของจำเลย ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฎว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากตึกแถวเลขที่ 2255 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิเขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร พร้อมส่งมอบตึกแถวพิพาทคืนแก่โจทก์ และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 9,000 บาทและค่าเสียหายอีกเดือนละ 3,000 บาท นับตั้งแต่วันถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 3 ธันวาคม 2536) จนกว่าจำเลยจะส่งมอบตึกแถวพิพาทให้โจทก์ จำเลยอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่าง อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับ ให้ยกคำร้อง (อันดับ 5)

จำเลยฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับ (อันดับ 6) จำเลยยื่นคำร้องนี้ ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาเกินกำหนด 15 วัน ให้ส่งศาลฎีกาเพื่อ พิจารณาสั่ง (อันดับ 10) คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว คดีนี้จำเลยยื่นฎีกาวันที่ 30 สิงหาคม 2537ศาลชั้นต้นให้จำเลยมาทราบคำสั่งในวันที่ 5 กันยายน 2537จำเลยลงชื่อรับทราบคำสั่งแล้วและศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยในวันดังกล่าว ถือว่าจำเลยทราบคำสั่งของศาลชั้นต้น เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2537 จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาในวันที่ 29 กันยายน 2537จึงเกินกำหนด 15 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 234 ประกอบด้วยมาตรา 247 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลอ ทองแย้ม · ประสิทธิ์ แสนศิริ · ทวิช กำเนิดเพ็ชร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้