Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58832)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกาคำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งว่า คำสั่งเรื่องขอทุเลาการบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 231 เป็นอำนาจของศาลแต่ละศาลเป็น ชั้น ๆ ไปเมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้องขอทุเลาการบังคับระหว่างอุทธรณ์ของจำเลยแล้ว จำเลยฎีกาไม่ได้จึงไม่รับฎีกาค่าขึ้นศาลเป็นพับ จำเลยเห็นว่า ฎีกาคำสั่งของจำเลยฉบับลงวันที่ 30 สิงหาคม 2537 เป็นอำนาจของศาลฎีกาที่จะพิจารณาวินิจฉัย การที่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาคำสั่งของจำเลยดังกล่าว จึงไม่ถูกต้อง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาคำสั่งของจำเลย ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฎว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากตึกแถวเลขที่ 2255 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิเขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร พร้อมส่งมอบตึกแถวพิพาทคืนแก่โจทก์ และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 9,000 บาทและค่าเสียหายอีกเดือนละ 3,000 บาท นับตั้งแต่วันถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 3 ธันวาคม 2536) จนกว่าจำเลยจะส่งมอบตึกแถวพิพาทให้โจทก์ จำเลยอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่าง อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับ ให้ยกคำร้อง (อันดับ 5) จำเลยฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับ (อันดับ 6) จำเลยยื่นคำร้องนี้ ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาเกินกำหนด 15 วัน ให้ส่งศาลฎีกาเพื่อ พิจารณาสั่ง (อันดับ 10) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้จำเลยยื่นฎีกาวันที่ 30 สิงหาคม 2537ศาลชั้นต้นให้จำเลยมาทราบคำสั่งในวันที่ 5 กันยายน 2537จำเลยลงชื่อรับทราบคำสั่งแล้วและศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยในวันดังกล่าว ถือว่าจำเลยทราบคำสั่งของศาลชั้นต้น เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2537 จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาในวันที่ 29 กันยายน 2537จึงเกินกำหนด 15 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 234 ประกอบด้วยมาตรา 247 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2503/2537นายกิตติ พิพัฒนรังคะโจทก์นางม่วยเจา แซ่แหว่จำเลยนางม่วยเจา แซ่แหว่ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 234, ม. 247 ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาคำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งว่า คำสั่งเรื่องขอทุเลาการบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 231 เป็นอำนาจของศาลแต่ละศาลเป็น ชั้น ๆ ไปเมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้องขอทุเลาการบังคับระหว่างอุทธรณ์ของจำเลยแล้ว

จำเลยฎีกาไม่ได้จึงไม่รับฎีกาค่าขึ้นศาลเป็นพับ จำเลยเห็นว่า ฎีกาคำสั่งของจำเลยฉบับลงวันที่ 30 สิงหาคม 2537 เป็นอำนาจของศาลฎีกาที่จะพิจารณาวินิจฉัย การที่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาคำสั่งของจำเลยดังกล่าว จึงไม่ถูกต้อง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาคำสั่งของจำเลย ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฎว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากตึกแถวเลขที่ 2255 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิเขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร พร้อมส่งมอบตึกแถวพิพาทคืนแก่โจทก์ และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 9,000 บาทและค่าเสียหายอีกเดือนละ 3,000 บาท นับตั้งแต่วันถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 3 ธันวาคม 2536) จนกว่าจำเลยจะส่งมอบตึกแถวพิพาทให้โจทก์ จำเลยอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่าง อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับ ให้ยกคำร้อง (อันดับ 5)

จำเลยฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับ (อันดับ 6) จำเลยยื่นคำร้องนี้ ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาเกินกำหนด 15 วัน ให้ส่งศาลฎีกาเพื่อ พิจารณาสั่ง (อันดับ 10) คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว คดีนี้จำเลยยื่นฎีกาวันที่ 30 สิงหาคม 2537ศาลชั้นต้นให้จำเลยมาทราบคำสั่งในวันที่ 5 กันยายน 2537จำเลยลงชื่อรับทราบคำสั่งแล้วและศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยในวันดังกล่าว ถือว่าจำเลยทราบคำสั่งของศาลชั้นต้น เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2537 จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาในวันที่ 29 กันยายน 2537จึงเกินกำหนด 15 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 234 ประกอบด้วยมาตรา 247 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
ชลอ ทองแย้ม · ประสิทธิ์ แสนศิริ · ทวิช กำเนิดเพ็ชร์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up