Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58710)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีในศาลอุทธรณ์ภาค 2 อนุญาตให้ฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและ ลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 สั่งคำร้องว่า ข้อความที่ตัดสินไม่เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดจึงไม่ อนุญาตให้ฎีกา ยกคำร้อง และศาลชั้นต้นสั่งฎีกาว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 ประกอบ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 เมื่อผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่อนุญาตให้ฎีกา จึงไม่รับฎีกาจำเลยไม่เห็นด้วยกับคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 ที่ไม่อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยให้การ รับสารภาพไปโดยหลงเชื่อพนักงานสอบสวน เป็นการ ให้การเพื่อประโยชน์ในการสอบสวน ซึ่งกระทำไปโดย รู้เท่าไม่ถึงการณ์ จำเลยไม่เคยมีประวัติที่เสื่อมเสีย และมีภาระที่ต้องเลี้ยงดูมารดาซึ่งมีอายุมาก เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 46)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 มาตรา 3(4),4,24 ทวิพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2503 มาตรา 8,9เรียงกระทงลงโทษ ฐานตั้งสถานบริการโดยไม่แจ้ง ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน จำคุก 2 เดือน ฐานเป็นเจ้าของกิจการสถานการค้าประเวณี จำคุก 4 เดือน ฐานจัดหาผู้ทำการค้าประเวณีเพื่อผู้อื่น เป็นปกติธุระ จำคุก 1 เดือน รวมจำคุก 7 เดือนศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดต่อพระราชบัญญัติสถานบริการ จำเลยมีความผิดตาม มาตรา 3(4),4 วรรคสอง,26 ทวิ จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกฐานจัดตั้งสถานบริการเพื่อการค้า โดยไม่แจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อนไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน จำคุก 1 เดือน ฐานเป็นเจ้าของกิจการสถานการค้าประเวณี จำคุก 2 เดือน ฐานจัดหาผู้กระทำการค้าประเวณีเพื่อผู้อื่น เป็นปกติธุระ จำคุก 15 วัน รวมจำคุก 3 เดือน 15 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดี ในศาลอุทธรณ์ภาค 2 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งไม่อนุญาต ยกคำร้อง และศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา ดังกล่าว (อันดับ 32,30,36)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 46)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว การอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามที่จำเลยยื่นคำร้องขอมานั้น เป็นอำนาจของผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 โดยเฉพาะตามนัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา จำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1686/2537พนักงานอัยการประจำศาลแขวงพระนครศรีอยุธยาโจทก์นายศรีวิชัย พุทธัญญะจำเลยนายศรีวิชัย พุทธัญญะ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 221ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีในศาลอุทธรณ์ภาค 2 อนุญาตให้ฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและ ลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 สั่งคำร้องว่า ข้อความที่ตัดสินไม่เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดจึงไม่ อนุญาตให้ฎีกา ยกคำร้อง และศาลชั้นต้นสั่งฎีกาว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 ประกอบ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 เมื่อผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่อนุญาตให้ฎีกา จึงไม่รับฎีกาจำเลยไม่เห็นด้วยกับคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 ที่ไม่อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยให้การ

รับสารภาพไปโดยหลงเชื่อพนักงานสอบสวน เป็นการ ให้การเพื่อประโยชน์ในการสอบสวน ซึ่งกระทำไปโดย รู้เท่าไม่ถึงการณ์ จำเลยไม่เคยมีประวัติที่เสื่อมเสีย และมีภาระที่ต้องเลี้ยงดูมารดาซึ่งมีอายุมาก เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 46)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 มาตรา 3(4),4,24 ทวิพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2503 มาตรา 8,9เรียงกระทงลงโทษ ฐานตั้งสถานบริการโดยไม่แจ้ง ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน จำคุก 2 เดือน ฐานเป็นเจ้าของกิจการสถานการค้าประเวณี จำคุก 4 เดือน ฐานจัดหาผู้ทำการค้าประเวณีเพื่อผู้อื่น เป็นปกติธุระ จำคุก 1 เดือน รวมจำคุก 7 เดือนศาลอุทธรณ์ภาค 2

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดต่อพระราชบัญญัติสถานบริการ จำเลยมีความผิดตาม มาตรา 3(4),4 วรรคสอง,26 ทวิ จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกฐานจัดตั้งสถานบริการเพื่อการค้า โดยไม่แจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อนไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน จำคุก 1 เดือน ฐานเป็นเจ้าของกิจการสถานการค้าประเวณี จำคุก 2 เดือน ฐานจัดหาผู้กระทำการค้าประเวณีเพื่อผู้อื่น เป็นปกติธุระ จำคุก 15 วัน รวมจำคุก 3 เดือน 15 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดี ในศาลอุทธรณ์ภาค 2 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งไม่อนุญาต ยกคำร้อง และศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา ดังกล่าว (อันดับ 32,30,36)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 46)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว การอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามที่จำเลยยื่นคำร้องขอมานั้น เป็นอำนาจของผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 โดยเฉพาะตามนัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา จำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อำนวย สุขพรหม · ยงยุทธ ธารีสาร · ยรรยง ปานุราช
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้