Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58710)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีในศาลอุทธรณ์ภาค 2 อนุญาตให้ฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและ ลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 สั่งคำร้องว่า ข้อความที่ตัดสินไม่เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดจึงไม่ อนุญาตให้ฎีกา ยกคำร้อง และศาลชั้นต้นสั่งฎีกาว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 ประกอบ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 เมื่อผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่อนุญาตให้ฎีกา จึงไม่รับฎีกาจำเลยไม่เห็นด้วยกับคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 ที่ไม่อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยให้การ รับสารภาพไปโดยหลงเชื่อพนักงานสอบสวน เป็นการ ให้การเพื่อประโยชน์ในการสอบสวน ซึ่งกระทำไปโดย รู้เท่าไม่ถึงการณ์ จำเลยไม่เคยมีประวัติที่เสื่อมเสีย และมีภาระที่ต้องเลี้ยงดูมารดาซึ่งมีอายุมาก เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 46)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 มาตรา 3(4),4,24 ทวิพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2503 มาตรา 8,9เรียงกระทงลงโทษ ฐานตั้งสถานบริการโดยไม่แจ้ง ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน จำคุก 2 เดือน ฐานเป็นเจ้าของกิจการสถานการค้าประเวณี จำคุก 4 เดือน ฐานจัดหาผู้ทำการค้าประเวณีเพื่อผู้อื่น เป็นปกติธุระ จำคุก 1 เดือน รวมจำคุก 7 เดือนศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดต่อพระราชบัญญัติสถานบริการ จำเลยมีความผิดตาม มาตรา 3(4),4 วรรคสอง,26 ทวิ จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกฐานจัดตั้งสถานบริการเพื่อการค้า โดยไม่แจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อนไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน จำคุก 1 เดือน ฐานเป็นเจ้าของกิจการสถานการค้าประเวณี จำคุก 2 เดือน ฐานจัดหาผู้กระทำการค้าประเวณีเพื่อผู้อื่น เป็นปกติธุระ จำคุก 15 วัน รวมจำคุก 3 เดือน 15 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดี ในศาลอุทธรณ์ภาค 2 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งไม่อนุญาต ยกคำร้อง และศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา ดังกล่าว (อันดับ 32,30,36)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 46)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว การอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามที่จำเลยยื่นคำร้องขอมานั้น เป็นอำนาจของผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 โดยเฉพาะตามนัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา จำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1686/2537พนักงานอัยการประจำศาลแขวงพระนครศรีอยุธยาโจทก์นายศรีวิชัย พุทธัญญะจำเลยนายศรีวิชัย พุทธัญญะ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 221ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีในศาลอุทธรณ์ภาค 2 อนุญาตให้ฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและ ลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 สั่งคำร้องว่า ข้อความที่ตัดสินไม่เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดจึงไม่ อนุญาตให้ฎีกา ยกคำร้อง และศาลชั้นต้นสั่งฎีกาว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 ประกอบ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 เมื่อผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่อนุญาตให้ฎีกา จึงไม่รับฎีกาจำเลยไม่เห็นด้วยกับคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 ที่ไม่อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยให้การ

รับสารภาพไปโดยหลงเชื่อพนักงานสอบสวน เป็นการ ให้การเพื่อประโยชน์ในการสอบสวน ซึ่งกระทำไปโดย รู้เท่าไม่ถึงการณ์ จำเลยไม่เคยมีประวัติที่เสื่อมเสีย และมีภาระที่ต้องเลี้ยงดูมารดาซึ่งมีอายุมาก เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 46)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 มาตรา 3(4),4,24 ทวิพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2503 มาตรา 8,9เรียงกระทงลงโทษ ฐานตั้งสถานบริการโดยไม่แจ้ง ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน จำคุก 2 เดือน ฐานเป็นเจ้าของกิจการสถานการค้าประเวณี จำคุก 4 เดือน ฐานจัดหาผู้ทำการค้าประเวณีเพื่อผู้อื่น เป็นปกติธุระ จำคุก 1 เดือน รวมจำคุก 7 เดือนศาลอุทธรณ์ภาค 2

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดต่อพระราชบัญญัติสถานบริการ จำเลยมีความผิดตาม มาตรา 3(4),4 วรรคสอง,26 ทวิ จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกฐานจัดตั้งสถานบริการเพื่อการค้า โดยไม่แจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อนไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน จำคุก 1 เดือน ฐานเป็นเจ้าของกิจการสถานการค้าประเวณี จำคุก 2 เดือน ฐานจัดหาผู้กระทำการค้าประเวณีเพื่อผู้อื่น เป็นปกติธุระ จำคุก 15 วัน รวมจำคุก 3 เดือน 15 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดี ในศาลอุทธรณ์ภาค 2 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งไม่อนุญาต ยกคำร้อง และศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา ดังกล่าว (อันดับ 32,30,36)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 46)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว การอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามที่จำเลยยื่นคำร้องขอมานั้น เป็นอำนาจของผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 โดยเฉพาะตามนัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา จำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
อำนวย สุขพรหม · ยงยุทธ ธารีสาร · ยรรยง ปานุราช
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up