Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58621)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีเรื่องนี้โจทก์หลายคนฟ้องรวมกันมาในคดีเดียวกันเกี่ยวกับหนี้อันอาจแบ่งแยกได้ ต้องคิดแยกตามจำนวนหนี้ที่โจทก์แต่ละคนจะได้รับตามคำพิพากษา เมื่อคำนวณแล้วแต่ละคนไม่เกินคนละสองแสนบาทฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จำเลยที่ 1 เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ทั้งสามรวมกัน พร้อมดอกเบี้ยจนถึงวันยื่นฎีกาเกินสองแสงบาทก็น่าจะฎีกาได้แล้ว และกรณีเป็นเรื่องที่โจทก์หลายคนฟ้องรวมกัน ควรต้องถือทุนทรัพย์รวมในคดีทั้งคดีเป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1ไว้ดำเนินการต่อไป หมายเหตุ โจทก์ทั้งสามได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 109) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินค่าขาดไร้อุปการะแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 30,000 บาท ค่าขาดไร้อุปการะแก่โจทก์ที่ 2จำนวน 79,200 บาท ค่าขาดไร้อุปการะแก่โจทก์ที่ 3 จำนวน 60,000บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 14กันยายน 2531เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยที่ 1ชำระเงินค่าทำศพแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 20,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 20 กันยายน 2531เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขอนอกจากนี้ให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 99) จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 100) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าหนี้ที่โจทก์ที่ 1 ที่ 2 และที่ 3ฟ้องเรียกเป็นหนี้อันอาจแบ่งแยกกันได้ จึงต้องถือทุนทรัพย์แยกจากกันตามรายตัวโจทก์ เมื่อจำนวนหนี้ตามสิทธิของโจทก์แต่ละคนไม่เกินสองแสนบาทจึงต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว ยกคำร้องค่าคำร้องเป็นพับ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 610/2537นางสละ นพคุณ กับพวกโจทก์นายจารุวัฒน์ ตันศิลป์ กับพวกจำเลยนายจารุวัฒน์ ตันศิลป์ จำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248 วรรคแรก ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีเรื่องนี้โจทก์หลายคนฟ้องรวมกันมาในคดีเดียวกันเกี่ยวกับหนี้อันอาจแบ่งแยกได้ ต้องคิดแยกตามจำนวนหนี้ที่โจทก์แต่ละคนจะได้รับตามคำพิพากษา เมื่อคำนวณแล้วแต่ละคนไม่เกินคนละสองแสนบาทฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จำเลยที่ 1 เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ทั้งสามรวมกัน

พร้อมดอกเบี้ยจนถึงวันยื่นฎีกาเกินสองแสงบาทก็น่าจะฎีกาได้แล้ว และกรณีเป็นเรื่องที่โจทก์หลายคนฟ้องรวมกัน ควรต้องถือทุนทรัพย์รวมในคดีทั้งคดีเป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1ไว้ดำเนินการต่อไป หมายเหตุ โจทก์ทั้งสามได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 109)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินค่าขาดไร้อุปการะแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 30,000 บาท ค่าขาดไร้อุปการะแก่โจทก์ที่ 2จำนวน 79,200 บาท ค่าขาดไร้อุปการะแก่โจทก์ที่ 3 จำนวน 60,000บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 14กันยายน 2531เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยที่ 1ชำระเงินค่าทำศพแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 20,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 20 กันยายน 2531เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขอนอกจากนี้ให้ยกเสีย

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 99) จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 100) คำสั่ง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าหนี้ที่โจทก์ที่ 1 ที่ 2 และที่ 3ฟ้องเรียกเป็นหนี้อันอาจแบ่งแยกกันได้ จึงต้องถือทุนทรัพย์แยกจากกันตามรายตัวโจทก์ เมื่อจำนวนหนี้ตามสิทธิของโจทก์แต่ละคนไม่เกินสองแสนบาทจึงต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว ยกคำร้องค่าคำร้องเป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชัยนาท พันตาวงศ์ · สะสม สิริเจริญสุข · กู้เกียรติ สุนทรบุระ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้