Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58621)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีเรื่องนี้โจทก์หลายคนฟ้องรวมกันมาในคดีเดียวกันเกี่ยวกับหนี้อันอาจแบ่งแยกได้ ต้องคิดแยกตามจำนวนหนี้ที่โจทก์แต่ละคนจะได้รับตามคำพิพากษา เมื่อคำนวณแล้วแต่ละคนไม่เกินคนละสองแสนบาทฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จำเลยที่ 1 เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ทั้งสามรวมกัน พร้อมดอกเบี้ยจนถึงวันยื่นฎีกาเกินสองแสงบาทก็น่าจะฎีกาได้แล้ว และกรณีเป็นเรื่องที่โจทก์หลายคนฟ้องรวมกัน ควรต้องถือทุนทรัพย์รวมในคดีทั้งคดีเป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1ไว้ดำเนินการต่อไป หมายเหตุ โจทก์ทั้งสามได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 109) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินค่าขาดไร้อุปการะแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 30,000 บาท ค่าขาดไร้อุปการะแก่โจทก์ที่ 2จำนวน 79,200 บาท ค่าขาดไร้อุปการะแก่โจทก์ที่ 3 จำนวน 60,000บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 14กันยายน 2531เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยที่ 1ชำระเงินค่าทำศพแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 20,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 20 กันยายน 2531เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขอนอกจากนี้ให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 99) จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 100) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าหนี้ที่โจทก์ที่ 1 ที่ 2 และที่ 3ฟ้องเรียกเป็นหนี้อันอาจแบ่งแยกกันได้ จึงต้องถือทุนทรัพย์แยกจากกันตามรายตัวโจทก์ เมื่อจำนวนหนี้ตามสิทธิของโจทก์แต่ละคนไม่เกินสองแสนบาทจึงต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว ยกคำร้องค่าคำร้องเป็นพับ

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 610/2537นางสละ นพคุณ กับพวกโจทก์นายจารุวัฒน์ ตันศิลป์ กับพวกจำเลยนายจารุวัฒน์ ตันศิลป์ จำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248 วรรคแรก ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีเรื่องนี้โจทก์หลายคนฟ้องรวมกันมาในคดีเดียวกันเกี่ยวกับหนี้อันอาจแบ่งแยกได้ ต้องคิดแยกตามจำนวนหนี้ที่โจทก์แต่ละคนจะได้รับตามคำพิพากษา เมื่อคำนวณแล้วแต่ละคนไม่เกินคนละสองแสนบาทฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จำเลยที่ 1 เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ทั้งสามรวมกัน

พร้อมดอกเบี้ยจนถึงวันยื่นฎีกาเกินสองแสงบาทก็น่าจะฎีกาได้แล้ว และกรณีเป็นเรื่องที่โจทก์หลายคนฟ้องรวมกัน ควรต้องถือทุนทรัพย์รวมในคดีทั้งคดีเป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1ไว้ดำเนินการต่อไป หมายเหตุ โจทก์ทั้งสามได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 109)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินค่าขาดไร้อุปการะแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 30,000 บาท ค่าขาดไร้อุปการะแก่โจทก์ที่ 2จำนวน 79,200 บาท ค่าขาดไร้อุปการะแก่โจทก์ที่ 3 จำนวน 60,000บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 14กันยายน 2531เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยที่ 1ชำระเงินค่าทำศพแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 20,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 20 กันยายน 2531เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขอนอกจากนี้ให้ยกเสีย

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 99) จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 100) คำสั่ง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าหนี้ที่โจทก์ที่ 1 ที่ 2 และที่ 3ฟ้องเรียกเป็นหนี้อันอาจแบ่งแยกกันได้ จึงต้องถือทุนทรัพย์แยกจากกันตามรายตัวโจทก์ เมื่อจำนวนหนี้ตามสิทธิของโจทก์แต่ละคนไม่เกินสองแสนบาทจึงต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว ยกคำร้องค่าคำร้องเป็นพับ

Matter details

Panel of judges
ชัยนาท พันตาวงศ์ · สะสม สิริเจริญสุข · กู้เกียรติ สุนทรบุระ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up