Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 58305)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกานี้ศาลอุทธรณ์ส่งมาพร้อมกับคำสั่งคำร้องที่ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงโดยส่งมาถึงศาลนี้เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2533 ถือไม่ได้ว่าจำเลยได้ยื่นฎีกาต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 1 เดือน และไม่มีกฎหมายกำหนดให้ยื่นฎีกาต่อศาลอุทธรณ์ได้ การที่จำเลยยื่นฎีกาและคำร้องขอให้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาต่อศาลอุทธรณ์ไม่ถือว่าเป็นการยื่นฎีกาตามกฎหมายจึงไม่รับฎีกาจำเลยเพราะยื่นเกินกำหนด 1 เดือนจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยโดยปราศจากพยานหลักฐานว่าจำเลยใช้เอกสารจ.2, จ.5 โดยรู้ว่าเป็นเอกสารปลอม และคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นอันเป็นการแก้มากจึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง อนึ่ง การยื่นฎีกาของจำเลยมีเจตนายื่นฎีกาภายในกำหนด 1 เดือน โดยจำเลยยื่นฎีกาต่อศาลอุทธรณ์ในวันที่ 29 สิงหาคม 2533 เพื่อให้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ศาลอุทธรณ์ส่งคำสั่งที่ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและฎีกาของจำเลยไปถึงศาลชั้นต้นพ้นกำหนดอายุยื่นฎีกาเพราะความล่าช้าของระบบราชการ มิใช่ความผิดของจำเลยอันเป็นเหตุสุดวิสัยที่จำเลยจะนำฎีกาของจำเลยไปยื่นต่อศาลชั้นต้นได้ด้วยตนเอง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 158,165)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 266 จำนวน 2 กระทง และผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 268 วรรค 1 ประกอบด้วยมาตรา 266 อีก 2 กระทงแต่ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรค 1 ประกอบด้วยมาตรา 266 เพียง 2 กระทง ตามความในมาตรา 268 วรรค 2ให้จำคุกจำเลยกระทงละ 1 ปี 6 เดือน รวม 2 กระทง เป็นโทษจำคุก3 ปี ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 ฯลฯระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ในคดีความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คศาลอุทธรณ์ให้จำหน่ายคดีในความผิดดังกล่าวศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบกับมาตรา 266 ให้จำคุกมีกำหนด 1 ปี 6 เดือน ยกฟ้องข้อหาปลอมเช็ค นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟังเมื่อวันที่30 กรกฎาคม 2533จำเลยยื่นฎีกาพร้อมคำร้องขอให้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต่อศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2533ศาลอุทธรณ์มีคำสั่ง เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2533 อนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง (อันดับ 148,147,150)ศาลอุทธรณ์ส่งฎีกาของจำเลยมายังศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าวลงวันที่ 4 กันยายน 2533(อันดับ 148,151)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 158,165)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยได้ยื่นคำร้องขออนุญาตให้ฎีกาพร้อมด้วยคำฟ้องฎีกาต่อศาลอุทธรณ์ เพื่อให้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ซึ่งพิจารณาคดีนี้สั่งภายในกำหนดอายุฎีกาแล้ว จำเลยอาจเห็นเป็นข้อจำเป็นที่ต้องส่งต้นฉบับคำฟ้องฎีการวมไปกับคำร้องขออนุญาตให้ฎีกา เพื่อให้ผู้พิพากษาที่จะอนุญาตให้ฎีกาได้ตรวจโดยละเอียดว่าสมควรจะอนุญาตให้ฎีกาหรือไม่ กรณีพอถือได้ว่าจำเลยได้ยื่นฎีกาภายในกำหนดอายุฎีกา เมื่อปรากฏว่าผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ที่พิจารณาคดีนี้เห็นว่าข้อความที่ตัดสินเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดและอนุญาตให้ฎีกา จึงให้รับฎีกาของจำเลยไว้และให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2719/2533พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายสมภพ พัฒนะพีระพงษ์จำเลยนายสมภพ พัฒนะพีระพงษ์ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 216, ม. 221ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกานี้ศาลอุทธรณ์ส่งมาพร้อมกับคำสั่งคำร้องที่ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงโดยส่งมาถึงศาลนี้เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2533 ถือไม่ได้ว่าจำเลยได้ยื่นฎีกาต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 1 เดือน และไม่มีกฎหมายกำหนดให้ยื่นฎีกาต่อศาลอุทธรณ์ได้ การที่จำเลยยื่นฎีกาและคำร้องขอให้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาต่อศาลอุทธรณ์ไม่ถือว่าเป็นการยื่นฎีกาตามกฎหมายจึงไม่รับฎีกาจำเลยเพราะยื่นเกินกำหนด 1 เดือนจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยโดยปราศจากพยานหลักฐานว่าจำเลยใช้เอกสารจ.2, จ.5 โดยรู้ว่าเป็นเอกสารปลอม และคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นอันเป็นการแก้มากจึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

อนึ่ง การยื่นฎีกาของจำเลยมีเจตนายื่นฎีกาภายในกำหนด 1 เดือน โดยจำเลยยื่นฎีกาต่อศาลอุทธรณ์ในวันที่ 29 สิงหาคม 2533 เพื่อให้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ศาลอุทธรณ์ส่งคำสั่งที่ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและฎีกาของจำเลยไปถึงศาลชั้นต้นพ้นกำหนดอายุยื่นฎีกาเพราะความล่าช้าของระบบราชการ มิใช่ความผิดของจำเลยอันเป็นเหตุสุดวิสัยที่จำเลยจะนำฎีกาของจำเลยไปยื่นต่อศาลชั้นต้นได้ด้วยตนเอง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 158,165)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 266 จำนวน 2 กระทง และผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 268 วรรค 1 ประกอบด้วยมาตรา 266 อีก 2 กระทงแต่ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรค 1 ประกอบด้วยมาตรา 266 เพียง 2 กระทง ตามความในมาตรา 268 วรรค 2ให้จำคุกจำเลยกระทงละ 1 ปี 6 เดือน

รวม 2 กระทง เป็นโทษจำคุก3 ปี ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 ฯลฯระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ในคดีความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คศาลอุทธรณ์ให้จำหน่ายคดีในความผิดดังกล่าวศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบกับมาตรา 266 ให้จำคุกมีกำหนด 1 ปี 6 เดือน ยกฟ้องข้อหาปลอมเช็ค นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟังเมื่อวันที่30 กรกฎาคม 2533จำเลยยื่นฎีกาพร้อมคำร้องขอให้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต่อศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2533ศาลอุทธรณ์มีคำสั่ง

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2533 อนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง (อันดับ 148,147,150)ศาลอุทธรณ์ส่งฎีกาของจำเลยมายังศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าวลงวันที่ 4 กันยายน 2533(อันดับ 148,151)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 158,165)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยได้ยื่นคำร้องขออนุญาตให้ฎีกาพร้อมด้วยคำฟ้องฎีกาต่อศาลอุทธรณ์ เพื่อให้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ซึ่งพิจารณาคดีนี้สั่งภายในกำหนดอายุฎีกาแล้ว จำเลยอาจเห็นเป็นข้อจำเป็นที่ต้องส่งต้นฉบับคำฟ้องฎีการวมไปกับคำร้องขออนุญาตให้ฎีกา เพื่อให้ผู้พิพากษาที่จะอนุญาตให้ฎีกาได้ตรวจโดยละเอียดว่าสมควรจะอนุญาตให้ฎีกาหรือไม่ กรณีพอถือได้ว่าจำเลยได้ยื่นฎีกาภายในกำหนดอายุฎีกา เมื่อปรากฏว่าผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ที่พิจารณาคดีนี้เห็นว่าข้อความที่ตัดสินเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดและอนุญาตให้ฎีกา จึงให้รับฎีกาของจำเลยไว้และให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม เฟื่องฟุ้ง · ก้าน อันนานนท์ · อากาศ บำรุงชีพ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้