Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2533 (ref. 58305)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกานี้ศาลอุทธรณ์ส่งมาพร้อมกับคำสั่งคำร้องที่ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงโดยส่งมาถึงศาลนี้เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2533 ถือไม่ได้ว่าจำเลยได้ยื่นฎีกาต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 1 เดือน และไม่มีกฎหมายกำหนดให้ยื่นฎีกาต่อศาลอุทธรณ์ได้ การที่จำเลยยื่นฎีกาและคำร้องขอให้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาต่อศาลอุทธรณ์ไม่ถือว่าเป็นการยื่นฎีกาตามกฎหมายจึงไม่รับฎีกาจำเลยเพราะยื่นเกินกำหนด 1 เดือนจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยโดยปราศจากพยานหลักฐานว่าจำเลยใช้เอกสารจ.2, จ.5 โดยรู้ว่าเป็นเอกสารปลอม และคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นอันเป็นการแก้มากจึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง อนึ่ง การยื่นฎีกาของจำเลยมีเจตนายื่นฎีกาภายในกำหนด 1 เดือน โดยจำเลยยื่นฎีกาต่อศาลอุทธรณ์ในวันที่ 29 สิงหาคม 2533 เพื่อให้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ศาลอุทธรณ์ส่งคำสั่งที่ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและฎีกาของจำเลยไปถึงศาลชั้นต้นพ้นกำหนดอายุยื่นฎีกาเพราะความล่าช้าของระบบราชการ มิใช่ความผิดของจำเลยอันเป็นเหตุสุดวิสัยที่จำเลยจะนำฎีกาของจำเลยไปยื่นต่อศาลชั้นต้นได้ด้วยตนเอง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 158,165)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 266 จำนวน 2 กระทง และผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 268 วรรค 1 ประกอบด้วยมาตรา 266 อีก 2 กระทงแต่ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรค 1 ประกอบด้วยมาตรา 266 เพียง 2 กระทง ตามความในมาตรา 268 วรรค 2ให้จำคุกจำเลยกระทงละ 1 ปี 6 เดือน รวม 2 กระทง เป็นโทษจำคุก3 ปี ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 ฯลฯระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ในคดีความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คศาลอุทธรณ์ให้จำหน่ายคดีในความผิดดังกล่าวศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบกับมาตรา 266 ให้จำคุกมีกำหนด 1 ปี 6 เดือน ยกฟ้องข้อหาปลอมเช็ค นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟังเมื่อวันที่30 กรกฎาคม 2533จำเลยยื่นฎีกาพร้อมคำร้องขอให้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต่อศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2533ศาลอุทธรณ์มีคำสั่ง เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2533 อนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง (อันดับ 148,147,150)ศาลอุทธรณ์ส่งฎีกาของจำเลยมายังศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าวลงวันที่ 4 กันยายน 2533(อันดับ 148,151)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 158,165)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยได้ยื่นคำร้องขออนุญาตให้ฎีกาพร้อมด้วยคำฟ้องฎีกาต่อศาลอุทธรณ์ เพื่อให้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ซึ่งพิจารณาคดีนี้สั่งภายในกำหนดอายุฎีกาแล้ว จำเลยอาจเห็นเป็นข้อจำเป็นที่ต้องส่งต้นฉบับคำฟ้องฎีการวมไปกับคำร้องขออนุญาตให้ฎีกา เพื่อให้ผู้พิพากษาที่จะอนุญาตให้ฎีกาได้ตรวจโดยละเอียดว่าสมควรจะอนุญาตให้ฎีกาหรือไม่ กรณีพอถือได้ว่าจำเลยได้ยื่นฎีกาภายในกำหนดอายุฎีกา เมื่อปรากฏว่าผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ที่พิจารณาคดีนี้เห็นว่าข้อความที่ตัดสินเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดและอนุญาตให้ฎีกา จึงให้รับฎีกาของจำเลยไว้และให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2719/2533พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายสมภพ พัฒนะพีระพงษ์จำเลยนายสมภพ พัฒนะพีระพงษ์ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 216, ม. 221ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกานี้ศาลอุทธรณ์ส่งมาพร้อมกับคำสั่งคำร้องที่ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงโดยส่งมาถึงศาลนี้เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2533 ถือไม่ได้ว่าจำเลยได้ยื่นฎีกาต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 1 เดือน และไม่มีกฎหมายกำหนดให้ยื่นฎีกาต่อศาลอุทธรณ์ได้ การที่จำเลยยื่นฎีกาและคำร้องขอให้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาต่อศาลอุทธรณ์ไม่ถือว่าเป็นการยื่นฎีกาตามกฎหมายจึงไม่รับฎีกาจำเลยเพราะยื่นเกินกำหนด 1 เดือนจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยโดยปราศจากพยานหลักฐานว่าจำเลยใช้เอกสารจ.2, จ.5 โดยรู้ว่าเป็นเอกสารปลอม และคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นอันเป็นการแก้มากจึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

อนึ่ง การยื่นฎีกาของจำเลยมีเจตนายื่นฎีกาภายในกำหนด 1 เดือน โดยจำเลยยื่นฎีกาต่อศาลอุทธรณ์ในวันที่ 29 สิงหาคม 2533 เพื่อให้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ศาลอุทธรณ์ส่งคำสั่งที่ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและฎีกาของจำเลยไปถึงศาลชั้นต้นพ้นกำหนดอายุยื่นฎีกาเพราะความล่าช้าของระบบราชการ มิใช่ความผิดของจำเลยอันเป็นเหตุสุดวิสัยที่จำเลยจะนำฎีกาของจำเลยไปยื่นต่อศาลชั้นต้นได้ด้วยตนเอง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 158,165)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 266 จำนวน 2 กระทง และผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 268 วรรค 1 ประกอบด้วยมาตรา 266 อีก 2 กระทงแต่ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรค 1 ประกอบด้วยมาตรา 266 เพียง 2 กระทง ตามความในมาตรา 268 วรรค 2ให้จำคุกจำเลยกระทงละ 1 ปี 6 เดือน

รวม 2 กระทง เป็นโทษจำคุก3 ปี ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 ฯลฯระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ในคดีความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คศาลอุทธรณ์ให้จำหน่ายคดีในความผิดดังกล่าวศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบกับมาตรา 266 ให้จำคุกมีกำหนด 1 ปี 6 เดือน ยกฟ้องข้อหาปลอมเช็ค นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟังเมื่อวันที่30 กรกฎาคม 2533จำเลยยื่นฎีกาพร้อมคำร้องขอให้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต่อศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2533ศาลอุทธรณ์มีคำสั่ง

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2533 อนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง (อันดับ 148,147,150)ศาลอุทธรณ์ส่งฎีกาของจำเลยมายังศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าวลงวันที่ 4 กันยายน 2533(อันดับ 148,151)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 158,165)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยได้ยื่นคำร้องขออนุญาตให้ฎีกาพร้อมด้วยคำฟ้องฎีกาต่อศาลอุทธรณ์ เพื่อให้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ซึ่งพิจารณาคดีนี้สั่งภายในกำหนดอายุฎีกาแล้ว จำเลยอาจเห็นเป็นข้อจำเป็นที่ต้องส่งต้นฉบับคำฟ้องฎีการวมไปกับคำร้องขออนุญาตให้ฎีกา เพื่อให้ผู้พิพากษาที่จะอนุญาตให้ฎีกาได้ตรวจโดยละเอียดว่าสมควรจะอนุญาตให้ฎีกาหรือไม่ กรณีพอถือได้ว่าจำเลยได้ยื่นฎีกาภายในกำหนดอายุฎีกา เมื่อปรากฏว่าผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ที่พิจารณาคดีนี้เห็นว่าข้อความที่ตัดสินเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดและอนุญาตให้ฎีกา จึงให้รับฎีกาของจำเลยไว้และให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

Matter details

Panel of judges
อุดม เฟื่องฟุ้ง · ก้าน อันนานนท์ · อากาศ บำรุงชีพ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up