Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 581/2521

พ.ศ. 2521 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เรือนปลูกในที่ดินเป็นส่วนควบของที่ดิน ถ้าจะแยกกรรมสิทธิ์ในเรือนต้องจดทะเบียนก่อตั้งสิทธิเหนือพื้นดินตามมาตรา 1410 จะร้องขัดทรัพย์อ้างว่าเพื่อรื้อไปไม่ได้ที่ดินของจำเลยซึ่งแพ้คดีโจทก์มีเรือน 3 หลังปลูกอยู่ โจทก์ยึดเรือน3 หลังนี้บังคับคดี

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

เรือนปลูกในที่ดินเป็นส่วนควบของที่ดิน ถ้าจะแยกกรรมสิทธิ์ในเรือนต้องจดทะเบียนก่อตั้งสิทธิเหนือพื้นดินตามมาตรา 1410 จะร้องขัดทรัพย์อ้างว่าเพื่อรื้อไปไม่ได้ที่ดินของจำเลยซึ่งแพ้คดีโจทก์มีเรือน 3 หลังปลูกอยู่ โจทก์ยึดเรือน3 หลังนี้บังคับคดี ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกคำร้องขัดทรัพย์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "เรือนดังกล่าวอยู่ภายในบริเวณรั้วเดียวกับเรือนเลขที่ 964 ในฎีกาของผู้ร้องที่ 2 นั้น เลขบ้าน 964 ติดไว้ตรงประตูรั้วฟังได้ว่าเรือนหลังนี้ปลูกอยู่บนที่ดินโฉนดที่ 5752 ของจำเลยเช่นเดียวกับเรือนอีก 2 หลังที่โจทก์นำยึดไว้ที่ผู้ร้องทั้งสองฎีกาว่า ร้องขัดทรัพย์เพื่อจะรื้อเรือนทั้ง 3 หลังไปอย่างเป็นสังหาริมทรัพย์ แต่ที่ผู้ร้องมีคำขอให้สั่งปล่อยเรือนจากการที่โจทก์นำยึดอ้างกรรมสิทธิ์เฉพาะตัวเรือนว่าเป็นของผู้ร้องนั้น ยังเป็นกรณีพิพาทกับโจทก์ ซึ่งให้การโต้เถียงว่าเรือน 3 หลังเป็นส่วนควบกับที่ดินของจำเลยจึงเป็นทรัพย์ของจำเลย ผู้ร้องจะขอให้สั่งปล่อยเรือนนั้นไม่ได้ การที่ผู้ร้องจะรื้อเรือน 3 หลังซึ่งโจทก์นำยึดไปได้ก็ต่อเมื่อคดีฟังได้ว่า

ผู้ร้องเป็นเจ้าของเรือน ตราบใดที่เรือนทั้งสามหลังยังปลูกอยู่บนที่ดินของจำเลยเรือนย่อมเป็นส่วนควบกับที่ดิน การที่ผู้ร้องทั้งสองจะก่อตั้งกรรมสิทธิ์ในเรือนแยกออกต่างหากจากที่ดิน จะทำได้ก็โดยการก่อตั้งสิทธิเหนือพื้นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1410 ดังที่จำเลยยกเป็นข้อต่อสู้ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 688/2511 คดีระหว่างนายสมพงษ์ แจ่มมั่งคั่ง โจทก์ นางจรูญศรี วิชยานนท์ จำเลย ผู้ร้องทั้งสองยังไม่เคยขอให้จำเลยจดทะเบียนสิทธิเหนือพื้นดินให้สมบูรณ์ถูกต้องตามกฎหมาย จึงไม่มีผลทำให้เรือนทั้ง 3 หลังนั้นมิใช่เป็นส่วนควบของที่ดินจำเลยต่อไป ผู้ร้องทั้งสองไม่ได้กรรมสิทธิ์เรือนทั้งสามหลังแยกต่างหากจากที่ดิน ต้องถือว่าเป็นทรัพย์ของจำเลย โจทก์นำยึดได้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุวรรณพ กองวารี · ปรีชา สุมาวงศ์ · กุศล บุญยืน
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1/2536

ข้อตกลงตามหนังสือก่อสร้างต่างตอบแทนว่า โจทก์ตกลงก่อสร้างอาคารพิพาทบนที่ดินของจำเลยที่ 1 โดยโจทก์จะได้รับกรรมสิทธิ์ในตัวอาคารพิพาทเพื่อประกอบธุรกิจสถานบันเทิงจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2545 ข้อตกลงดังกล่าว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 161/2491

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากโรงซึ่งอ้างว่าเป็นของโจทก์ทางพิจารณาได้ความว่า โรงเป็นของจำเลย แต่ที่ดินเป็นของโจทก์ ศาลพิพากษาว่าให้จำเลยรื้อโรงออกไปเสียจากที่ดินของโจทก์ ดังนี้มีความหมายว่าจำเลยย่อมมีสิทธ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 113/2561

ร. ได้รับการคัดเลือกให้เข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐตาม พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ตามที่กฎหมายกำหนด หาก ร. ทำผิดเงื่อนไข รัฐจะเอาคืนเสียเมื่อใด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2864/2559

ว. ได้รับคัดเลือกให้เข้าไปอยู่ในที่ดินพิพาทโดยเป็นการเข้าไปอยู่อาศัยในที่ดินของรัฐตาม พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขดังที่กฎหมายบัญญัติ หากกระทำผิดเง…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2558 (เลขอ้างอิง 592936)

พินัยกรรมพิพาทมีลักษณะเป็นพินัยกรรมแบบธรรมดา หรือพินัยกรรมแบบมีพยาน เป็นหนังสือที่มีการลงวัน เดือน ปี ในขณะที่ทำพินัยกรรม รอยลบ ขีด ฆ่า เติมข้อความที่ช่องวัน เดือน ปี และอายุของผู้ตายมีการลงลายมือชื่อ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้