Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อตกลงตามหนังสือก่อสร้างต่างตอบแทนว่า โจทก์ตกลงก่อสร้างอาคารพิพาทบนที่ดินของจำเลยที่ 1 โดยโจทก์จะได้รับกรรมสิทธิ์ในตัวอาคารพิพาทเพื่อประกอบธุรกิจสถานบันเทิงจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2545 ข้อตกลงดังกล่าวแม้มีผลทำให้โจทก์ได้กรรมสิทธิ์ในอาคารพิพาทตามข้อยกเว้นในเรื่องส่วนควบ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 109 แต่ก็เป็นเพียงบุคคลสิทธิที่อาจเรียกร้องและบังคับระหว่างกันเองได้เท่านั้น ข้อตกลงที่ให้โจทก์ได้รับกรรมสิทธิ์เหนืออาคารพิพาทเป็นทรัพย์สิทธิ์อันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ตามความหมายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคหนึ่ง โจทก์และจำเลยที่ 1 มิได้ทำการจดทะเบียนการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ใน อาคารต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ การได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ใน อาคารพิพาทซึ่งเป็นทรัพย์สินจึงไม่บริบูรณ์ ใช้ยันต่อจำเลยที่ 2 ผู้รับจำนองซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผู้ทำการโดยสุจริตไม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2521 โจทก์กับจำเลยที่ 1 ได้ทำหนังสือสัญญาก่อสร้างต่างตอบแทน โดยจำเลยที่ 1ยอมให้โจทก์ก่อสร้างอาคารพิพาทซึ่งเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กในที่ดินของจำเลยที่ 1 โฉนดรวม 5 แปลง โจทก์ต้องเป็นผู้ออกค่าก่อสร้างอาคารพิพาททั้งหมดในราคา 10,000,000 บาท และกรรมสิทธิ์ในอาคารพิพาทที่ก่อสร้างเป็นของโจทก์จนกระทั่งถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2545 หลังจากนั้นกรรมสิทธิ์จึงตกเป็นของจำเลยที่ 1 วันที่ 2 เมษายน 2524 จำเลยที่ 1 ได้จำนองที่ดินทั้งห้าโฉนดดังกล่าวพร้อมสิ่งปลูกสร้างซึ่งหมายถึงตัวอาคารพิพาทที่โจทก์ก่อสร้างตามสัญญาไว้แก่จำเลยที่ 2 ทั้งนี้จำเลยทั้งสองต่างรู้ดีสิ่งปลูกสร้างตามสัญญาจำนองที่ระบุนั้นแท้จริงแล้วเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ขอให้เพิกถอนการจำนองระหว่างจำเลยที่ 1กับจำเลยที่ 2 ในส่วนของอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์

จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 ให้การว่า โจทก์มิได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อาคารพิพาท โจทก์กับจำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาดังกล่าวภายหลังการจำนองโดยมีเจตนาให้จำเลยที่ 2 เสียเปรียบ การตกลงดังกล่าวไม่ได้มีการจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงเป็นเพียงสัญญาต่างตอบแทนใช้บังคับระหว่างคู่กรณีจะอาศัยเหตุในสัญญาดังกล่าวมาใช้แก่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกซึ่งได้รับจำนองไว้โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนไม่ได้ หากโจทก์ จะได้ปลูกสร้างอาคารพิพาทในที่ดินโฉนดของจำเลยที่ 1 จริง อาคารพิพาทดังกล่าวย่อมตกเป็นส่วนควบกับที่ดินของจำเลยที่ 1 และถือว่าจำเลยที่ 1เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอาคารพิพาทนั้น จำเลยที่ 1 มีอำนาจนำที่ดินและอาคารพิพาทไปจำนองไว้แก่จำเลยที่ 2 ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการจำนองระหว่างจำเลยที่ 1กับจำเลยที่ 2 เฉพาะส่วนอาคารคอนกรีตเลขที่ 5/3 ของโจทก์ในที่ดินโฉนดทั้งห้าฉบับ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฎีกาว่า โจทก์เป็นผู้ปลูกสร้างอาคารเลขที่ 5/3 บนที่ดินของจำเลยที่ 1 โดยมีสัญญาต่างตอบแทนระหว่างกันระบุว่าอาคารพิพาทดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2545 อาคารพิพาทจึงมิใช่ส่วนควบของที่ดินแต่เป็นของโจทก์ในฐานะผู้มีสิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 109 จำเลยที่ 1 จึงไม่มีสิทธินำอาคารพิพาทไปจำนองไว้แก่จำเลยที่ 2 นั้น เห็นว่า ข้อตกลงตามหนังสือสัญญาก่อสร้างต่างตอบแทนที่ทำขึ้นเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2521สรุปได้ว่า โจทก์ตกลงก่อสร้างอาคารพิพาทบนที่ดินของจำเลยที่ 1ในราคาค่าก่อสร้างประมาณ 10,000,000 บาท โดยโจทก์จะได้รับกรรมสิทธิ์ในตัวอาคารพิพาทเพื่อประกอบธุรกิจสถานบันเทิงไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2545 ข้อตกลงดังกล่าวแม้จะมีผลทำให้โจทก์ได้กรรมสิทธิ์ในอาคารพิพาทตามข้อยกเว้นในเรื่องส่วนควบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 109 ดังที่โจทก์ฎีกาขึ้นมาก็ตาม แต่ข้อตกลงระหว่างกันดังกล่าวนี้ก็เป็นบุคคลสิทธิที่อาจเรียกร้องและบังคับระหว่างกันเองได้เท่านั้น โดยเฉพาะข้อตกลงที่ให้โจทก์ได้รับกรรมสิทธิ์เหนืออาคารพิพาทเป็นทรัพย์สิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ตามความหมายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคหนึ่ง

เมื่อปรากฏว่านอกจากหนังสือสัญญาก่อสร้างต่างตอนแทนเอกสารหมาย จ.8 แล้ว โจทก์และจำเลยที่ 1 มิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในอาคารพิพาทต่อพนักงานเจ้าหน้าที่อีกชั้นหนึ่ง การได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในอาคารพิพาทซึ่งเป็นทรัพยสิทธิ จึงไม่บริบูรณ์ใช้ยันต่อบุคคลภายนอกผู้ทำการโดยสุจริตไม่ได้ หรือกล่าวโดยเฉพาะว่าข้อตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์ในอาคารพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1จะใช้ยันต่อจำเลยที่ 2 ผู้รับจำนองไม่ได้ หากจำเลยที่ 2 ได้รับจำนองไว้โดยสุจริตและถูกต้องตามกฎหมาย และวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 2 ได้รับจำนองที่ดินและอาคารพิพาทจากจำเลยที่ 1โดยสุจริต มีค่าตอบแทน และจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้วโจทก์จะขอบังคับให้เพิกถอนการจำนองดังกล่าวไม่ได้

โจทก์ฎีกาเป็นข้อกฎหมายอีกข้อหนึ่งว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 2จะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 มาปรับแก่คดีนี้ไม่ได้เพราะอาคารพิพาทมิใช่อสังหาริมทรัพย์ที่มีหลักฐานทางทะเบียนแสดงกรรมสิทธิ์เห็นว่า การโต้แย้งสิทธิในคดีนี้เกี่ยวกับอาคารพิพาทซึ่งปลูกสร้างอยู่บนที่ดินมีโฉนดของจำเลยที่ 1 ซึ่งโดยปกติย่อมเป็นส่วนควบของที่ดินและเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1แต่โจทก์และจำเลยที่ 1 มีข้อตกลงระหว่างกันให้โจทก์มีกรรมสิทธิ์ในอาคารพิพาทชั่วระยะเวลาหนึ่ง ดังนั้น ข้อตกลงดังกล่าวจึงมีผลทำให้โจทก์มีสิทธิเหนือพื้นดินในที่ดินของจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1410 อันเป็นทรัพย์สิทธิเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ประเภทหนึ่งและอยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุชาติ สุขสุมิตร · นำชัย สุนทรพินิจกิจ · เธียรไท สุนทรนันท
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4061/2558

แม้ผู้ร้องเป็นผู้ปลูกสร้างตึกแถวเลขที่ 7/170 บนที่ดินโฉนดเลขที่ 21664 ก็ตาม แต่ปรากฏว่าผู้ร้องได้ทำหนังสือยกที่ดินเฉพาะส่วนของผู้ร้องทั้งหมดตามโฉนดที่ดินเลขที่ 21664 พร้อมตึกแถวสามชั้นเลขที่ 7/170 ให้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2864/2559

ว. ได้รับคัดเลือกให้เข้าไปอยู่ในที่ดินพิพาทโดยเป็นการเข้าไปอยู่อาศัยในที่ดินของรัฐตาม พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขดังที่กฎหมายบัญญัติ หากกระทำผิดเง…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2558 (เลขอ้างอิง 592936)

พินัยกรรมพิพาทมีลักษณะเป็นพินัยกรรมแบบธรรมดา หรือพินัยกรรมแบบมีพยาน เป็นหนังสือที่มีการลงวัน เดือน ปี ในขณะที่ทำพินัยกรรม รอยลบ ขีด ฆ่า เติมข้อความที่ช่องวัน เดือน ปี และอายุของผู้ตายมีการลงลายมือชื่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5557/2545

การซื้อขายอาคารอันเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่คู่สัญญามีความประสงค์จะทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 นั้น ถ้าตราบใดที่ยังมิได้มีการจดทะเบียนต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5560/2537

ข้อตกลงและทางปฏิบัติระหว่าง บ. กับจำเลยก่อนที่ดินพิพาทจะเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ มีลักษณะที่ บ. ยอมให้จำเลยมีสิทธิเป็นเจ้าของฮวงซุ้ยซึ่งได้ก่อสร้างบนที่ดินพิพาทนั้นมาแต่เดิม เป็นการก่อให้เกิดสิทธิเหนือพ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้