Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57994)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ร่วมยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าเป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานซึ่งเป็นข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ส่วนข้อที่ว่าคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์เกี่ยวกับข้อพิรุธของเด็กหญิงนวลศรีศรีสกุล มิได้ปรากฏอยู่ในสำนวนนั้น ก็ปรากฏโดยชัดแจ้งซึ่งข้อที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกขึ้นวินิจฉัยแล้ว ฎีกาในส่วนนี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดี จึงไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วมโจทก์ร่วมเห็นว่าข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์รับฟังมาเป็นที่ยุติแล้วในศาลอุทธรณ์นั้น ศาลอุทธรณ์ได้รับฟังพยานหลักฐานในสำนวนความคลาดเคลื่อน ทั้งวินิจฉัยข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนไปจากพยานหลักฐานในสำนวนความหรือไม่ และการที่ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโจทก์โดยมิได้รับฟังพยานแวดล้อมกรณีของโจทก์และโจทก์ร่วม ย่อมไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ว่าด้วยการรับฟังหลักฐานเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ร่วมไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 82 แผ่นที่ 2)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334,336 ทวิระหว่างพิจารณา นางหลินศรีสกุล ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 76)โจทก์ร่วมจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 77)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220ที่แก้ไขใหม่ ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาโจทก์ร่วมนั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1618/2533พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรีโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นางหลิน ศรีสกุลโจทก์นายประวิทย์ หรือติ่ง กิตติเรียงลาภจำเลยนางหลิน ศรีสกุล โจทก์ร่วมผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 220ความว่า โจทก์ร่วมยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าเป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานซึ่งเป็นข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ส่วนข้อที่ว่าคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์เกี่ยวกับข้อพิรุธของเด็กหญิงนวลศรีศรีสกุล มิได้ปรากฏอยู่ในสำนวนนั้น ก็ปรากฏโดยชัดแจ้งซึ่งข้อที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกขึ้นวินิจฉัยแล้ว ฎีกาในส่วนนี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดี จึงไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วมโจทก์ร่วมเห็นว่าข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์รับฟังมาเป็นที่ยุติแล้วในศาลอุทธรณ์นั้น

ศาลอุทธรณ์ได้รับฟังพยานหลักฐานในสำนวนความคลาดเคลื่อน ทั้งวินิจฉัยข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนไปจากพยานหลักฐานในสำนวนความหรือไม่ และการที่ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโจทก์โดยมิได้รับฟังพยานแวดล้อมกรณีของโจทก์และโจทก์ร่วม ย่อมไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ว่าด้วยการรับฟังหลักฐานเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ร่วมไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 82 แผ่นที่ 2)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334,336 ทวิระหว่างพิจารณา นางหลินศรีสกุล ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ร่วมฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 76)โจทก์ร่วมจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 77)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220ที่แก้ไขใหม่ ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาโจทก์ร่วมนั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พินิจ ฉิมพาลี · เคียง บุญเพิ่ม · มีพาศน์ โปตระนันทน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้