คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1618/2533พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรีโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นางหลิน ศรีสกุลโจทก์นายประวิทย์ หรือติ่ง กิตติเรียงลาภจำเลยนางหลิน ศรีสกุล โจทก์ร่วมผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 220ความว่า โจทก์ร่วมยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าเป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานซึ่งเป็นข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ส่วนข้อที่ว่าคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์เกี่ยวกับข้อพิรุธของเด็กหญิงนวลศรีศรีสกุล มิได้ปรากฏอยู่ในสำนวนนั้น ก็ปรากฏโดยชัดแจ้งซึ่งข้อที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกขึ้นวินิจฉัยแล้ว ฎีกาในส่วนนี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดี จึงไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วมโจทก์ร่วมเห็นว่าข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์รับฟังมาเป็นที่ยุติแล้วในศาลอุทธรณ์นั้น
ศาลอุทธรณ์ได้รับฟังพยานหลักฐานในสำนวนความคลาดเคลื่อน ทั้งวินิจฉัยข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนไปจากพยานหลักฐานในสำนวนความหรือไม่ และการที่ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโจทก์โดยมิได้รับฟังพยานแวดล้อมกรณีของโจทก์และโจทก์ร่วม ย่อมไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ว่าด้วยการรับฟังหลักฐานเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ร่วมไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 82 แผ่นที่ 2)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334,336 ทวิระหว่างพิจารณา นางหลินศรีสกุล ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ร่วมฎีกา
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 76)โจทก์ร่วมจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 77)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220ที่แก้ไขใหม่ ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาโจทก์ร่วมนั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ให้ยกคำร้อง