Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57640)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ประเด็นในคดีนี้เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ฉะนั้นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงของจำเลยจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ส่วนฎีกาใน ปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยนั้นมีทั้งข้อเท็จจริงบางส่วน และข้อกฎหมายบางส่วนระคนกัน ซึ่งในส่วนข้อเท็จจริงนั้นต้องห้ามตามที่กล่าวแล้วส่วนในข้อกฎหมายก็มิใช่เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วแต่ในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 195 ประกอบกับมาตรา 225 จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า คดีนี้เป็นคดีอาญาจำเลยมีสิทธิที่จะให้การหรือไม่ก็ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 165โดยนัยดังกล่าวต้องถือว่าจำเลยให้การปฏิเสธฟ้องโจทก์ทั้งหมดประเด็นของคดีย่อมมีอยู่ตามที่โจทก์ฟ้อง จำเลยจึงมิต้องให้การต่อสู้โดยชัดแจ้งเลยว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด หรือคดีขาดอายุความ ฉะนั้นประเด็นของคดีที่จำเลยยกขึ้นกล่าวในฎีกาทั้งหมดว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดจึงต้องถือว่าเป็นประเด็นที่ได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แม้ศาลอุทธรณ์จะมิได้หยิบยกขึ้นวินิจฉัย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 127)ระหว่างพิจารณา นางสงวน พงษ์พานิช ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 จำเลยเป็นน้องของผู้เสียหาย โดยมีมารดาเดียวกันแต่ต่างบิดากัน จึงให้ลงโทษจำเลยกระทงละ 1 ปี เรียงกระทงลงโทษแล้วจำคุกจำเลย 2 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก ให้จำคุกจำเลยเพียงกระทงเดียว มีกำหนด1 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ร่วมฎีกา (อันดับ 122)จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 117)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 120)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาข้อ 2(ข) ของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย และจำเลยได้ยกขึ้นต่อสู้ในศาลอุทธรณ์แล้ว จึงให้รับฎีกาข้อ 2(ข) ของจำเลยไว้พิจารณา ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1037/2533พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรีโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นางสงวน พงษ์พานิชโจทก์นายสนม ชาวสมุทรจำเลยนายสนม ขาวสมุทร จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ประเด็นในคดีนี้เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ฉะนั้นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงของจำเลยจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ส่วนฎีกาใน ปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยนั้นมีทั้งข้อเท็จจริงบางส่วน และข้อกฎหมายบางส่วนระคนกัน ซึ่งในส่วนข้อเท็จจริงนั้นต้องห้ามตามที่กล่าวแล้วส่วนในข้อกฎหมายก็มิใช่เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วแต่ในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 195 ประกอบกับมาตรา 225 จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า คดีนี้เป็นคดีอาญาจำเลยมีสิทธิที่จะให้การหรือไม่ก็ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 165โดยนัยดังกล่าวต้องถือว่าจำเลยให้การปฏิเสธฟ้องโจทก์ทั้งหมดประเด็นของคดีย่อมมีอยู่ตามที่โจทก์ฟ้อง

จำเลยจึงมิต้องให้การต่อสู้โดยชัดแจ้งเลยว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด หรือคดีขาดอายุความ ฉะนั้นประเด็นของคดีที่จำเลยยกขึ้นกล่าวในฎีกาทั้งหมดว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดจึงต้องถือว่าเป็นประเด็นที่ได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แม้ศาลอุทธรณ์จะมิได้หยิบยกขึ้นวินิจฉัย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 127)ระหว่างพิจารณา นางสงวน พงษ์พานิช ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 จำเลยเป็นน้องของผู้เสียหาย โดยมีมารดาเดียวกันแต่ต่างบิดากัน จึงให้ลงโทษจำเลยกระทงละ 1 ปี เรียงกระทงลงโทษแล้วจำคุกจำเลย 2 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก ให้จำคุกจำเลยเพียงกระทงเดียว มีกำหนด1 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ร่วมฎีกา (อันดับ 122)

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 117)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 120)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาข้อ 2(ข) ของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย และจำเลยได้ยกขึ้นต่อสู้ในศาลอุทธรณ์แล้ว จึงให้รับฎีกาข้อ 2(ข) ของจำเลยไว้พิจารณา ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุวิทย์ ธีรพงษ์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · อุไร คังคะเกตุ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 715/2567

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคหนึ่ง, 279 วรรคสาม และวรรคสี่ ประกอบมาตรา 285 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 91 ลดโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้