Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2533 (ref. 57640)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ประเด็นในคดีนี้เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ฉะนั้นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงของจำเลยจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ส่วนฎีกาใน ปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยนั้นมีทั้งข้อเท็จจริงบางส่วน และข้อกฎหมายบางส่วนระคนกัน ซึ่งในส่วนข้อเท็จจริงนั้นต้องห้ามตามที่กล่าวแล้วส่วนในข้อกฎหมายก็มิใช่เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วแต่ในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 195 ประกอบกับมาตรา 225 จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า คดีนี้เป็นคดีอาญาจำเลยมีสิทธิที่จะให้การหรือไม่ก็ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 165โดยนัยดังกล่าวต้องถือว่าจำเลยให้การปฏิเสธฟ้องโจทก์ทั้งหมดประเด็นของคดีย่อมมีอยู่ตามที่โจทก์ฟ้อง จำเลยจึงมิต้องให้การต่อสู้โดยชัดแจ้งเลยว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด หรือคดีขาดอายุความ ฉะนั้นประเด็นของคดีที่จำเลยยกขึ้นกล่าวในฎีกาทั้งหมดว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดจึงต้องถือว่าเป็นประเด็นที่ได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แม้ศาลอุทธรณ์จะมิได้หยิบยกขึ้นวินิจฉัย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 127)ระหว่างพิจารณา นางสงวน พงษ์พานิช ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 จำเลยเป็นน้องของผู้เสียหาย โดยมีมารดาเดียวกันแต่ต่างบิดากัน จึงให้ลงโทษจำเลยกระทงละ 1 ปี เรียงกระทงลงโทษแล้วจำคุกจำเลย 2 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก ให้จำคุกจำเลยเพียงกระทงเดียว มีกำหนด1 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ร่วมฎีกา (อันดับ 122)จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 117)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 120)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาข้อ 2(ข) ของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย และจำเลยได้ยกขึ้นต่อสู้ในศาลอุทธรณ์แล้ว จึงให้รับฎีกาข้อ 2(ข) ของจำเลยไว้พิจารณา ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1037/2533พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรีโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นางสงวน พงษ์พานิชโจทก์นายสนม ชาวสมุทรจำเลยนายสนม ขาวสมุทร จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ประเด็นในคดีนี้เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ฉะนั้นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงของจำเลยจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ส่วนฎีกาใน ปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยนั้นมีทั้งข้อเท็จจริงบางส่วน และข้อกฎหมายบางส่วนระคนกัน ซึ่งในส่วนข้อเท็จจริงนั้นต้องห้ามตามที่กล่าวแล้วส่วนในข้อกฎหมายก็มิใช่เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วแต่ในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 195 ประกอบกับมาตรา 225 จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า คดีนี้เป็นคดีอาญาจำเลยมีสิทธิที่จะให้การหรือไม่ก็ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 165โดยนัยดังกล่าวต้องถือว่าจำเลยให้การปฏิเสธฟ้องโจทก์ทั้งหมดประเด็นของคดีย่อมมีอยู่ตามที่โจทก์ฟ้อง

จำเลยจึงมิต้องให้การต่อสู้โดยชัดแจ้งเลยว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด หรือคดีขาดอายุความ ฉะนั้นประเด็นของคดีที่จำเลยยกขึ้นกล่าวในฎีกาทั้งหมดว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดจึงต้องถือว่าเป็นประเด็นที่ได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แม้ศาลอุทธรณ์จะมิได้หยิบยกขึ้นวินิจฉัย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 127)ระหว่างพิจารณา นางสงวน พงษ์พานิช ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 จำเลยเป็นน้องของผู้เสียหาย โดยมีมารดาเดียวกันแต่ต่างบิดากัน จึงให้ลงโทษจำเลยกระทงละ 1 ปี เรียงกระทงลงโทษแล้วจำคุกจำเลย 2 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก ให้จำคุกจำเลยเพียงกระทงเดียว มีกำหนด1 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ร่วมฎีกา (อันดับ 122)

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 117)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 120)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาข้อ 2(ข) ของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย และจำเลยได้ยกขึ้นต่อสู้ในศาลอุทธรณ์แล้ว จึงให้รับฎีกาข้อ 2(ข) ของจำเลยไว้พิจารณา ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

Matter details

Panel of judges
สุวิทย์ ธีรพงษ์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · อุไร คังคะเกตุ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

Supreme Court Judgment No. 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

Supreme Court Judgment No. 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

Supreme Court Judgment No. 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

Supreme Court Judgment No. 4447/2567

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up