Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57634)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ทั้งสามสำนวนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนลงโทษจำคุกจำเลยแต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปีและฎีกาของจำเลยทั้งหมดเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218วรรคแรก ที่แก้ไขใหม่ จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โดยฎีกาข้อ2(1) เป็นปัญหาว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยปัญหาที่จำเลยยกขึ้นต่อสู้ไว้เป็นการไม่ชอบ ฎีกาข้อ 2(2) เป็นปัญหาว่าจำเลยไม่ต้องรับผิด ฎีกาข้อ 2(3) เป็นปัญหาว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามกฎหมาย และฎีกาข้อ 2(4) เป็นปัญหาว่าการสอบสวนคดีนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย พนักงานอัยการไม่มีอำนาจฟ้อง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้วินิจฉัยต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์และโจทก์ร่วมได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่คดีทั้งสามสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยเรียกโจทก์ร่วมสองสำนวนแรกว่า โจทก์ร่วมที่ 1 เรียกโจทก์ร่วมสำนวนที่ 3 ว่า โจทก์ร่วมที่ 2ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 เช็ค3 ฉบับ เป็นความผิด 3 กระทง แต่ละกระทงจำคุก 1 ปี เรียงกระทงลงโทษ รวมจำคุก 3 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 134)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 136)คำสั่งพิเคราะห์ฎีกาของจำเลยข้อ 2(1) ถึง (3) แล้ว ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยออกเช็คพิพาทเพื่อชำระค่าจ้างที่ค้างชำระตามหนังสือรับสภาพหนี้ต่อโจทก์ ดังนั้นเมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คพิพาท จำเลยจึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วย ความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ จำเลยฎีกาโต้เถียงว่า จำเลยมิได้ออกเช็คพิพาทเพื่อชำระค่าจ้างที่ค้างชำระตามหนังสือรับสภาพหนี้ต่อโจทก์เป็นการโต้เถียงในข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ส่วนฎีกาของจำเลยข้อ 2(4) ที่ว่า พนักงานสอบสวนท้องที่ที่มีการออกเช็คไม่มีอำนาจสอบสวน และศาลซึ่งท้องที่ดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตอำนาจไม่มีอำนาจชำระนั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมาย จึงให้รับฎีกาของจำเลยเฉพาะข้อ 2(4) ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1029 - 1031/2533พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นางเอมอร มงคลสุข กับพวกโจทก์นายหวีหรือจินเซีย ตั้งทวีสินหรือแซ่ตั้งจำเลยนายทวีหรือจินเซีย ตั้งทวีสินหรือแซ่ตั้ง จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ทั้งสามสำนวนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนลงโทษจำคุกจำเลยแต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปีและฎีกาของจำเลยทั้งหมดเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218วรรคแรก ที่แก้ไขใหม่ จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โดยฎีกาข้อ2(1) เป็นปัญหาว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยปัญหาที่จำเลยยกขึ้นต่อสู้ไว้เป็นการไม่ชอบ ฎีกาข้อ 2(2) เป็นปัญหาว่าจำเลยไม่ต้องรับผิด ฎีกาข้อ 2(3) เป็นปัญหาว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามกฎหมาย และฎีกาข้อ 2(4) เป็นปัญหาว่าการสอบสวนคดีนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย พนักงานอัยการไม่มีอำนาจฟ้อง

โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้วินิจฉัยต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์และโจทก์ร่วมได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่คดีทั้งสามสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยเรียกโจทก์ร่วมสองสำนวนแรกว่า โจทก์ร่วมที่ 1 เรียกโจทก์ร่วมสำนวนที่ 3 ว่า โจทก์ร่วมที่ 2ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 เช็ค3 ฉบับ เป็นความผิด 3 กระทง แต่ละกระทงจำคุก 1 ปี เรียงกระทงลงโทษ รวมจำคุก 3 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 134)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 136)คำสั่งพิเคราะห์ฎีกาของจำเลยข้อ 2(1) ถึง (3) แล้ว ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยออกเช็คพิพาทเพื่อชำระค่าจ้างที่ค้างชำระตามหนังสือรับสภาพหนี้ต่อโจทก์ ดังนั้นเมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คพิพาท จำเลยจึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วย ความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ

จำเลยฎีกาโต้เถียงว่า จำเลยมิได้ออกเช็คพิพาทเพื่อชำระค่าจ้างที่ค้างชำระตามหนังสือรับสภาพหนี้ต่อโจทก์เป็นการโต้เถียงในข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ส่วนฎีกาของจำเลยข้อ 2(4) ที่ว่า พนักงานสอบสวนท้องที่ที่มีการออกเช็คไม่มีอำนาจสอบสวน และศาลซึ่งท้องที่ดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตอำนาจไม่มีอำนาจชำระนั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมาย จึงให้รับฎีกาของจำเลยเฉพาะข้อ 2(4) ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · อากาศ บำรุงชีพ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้