Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2533 (ref. 57634)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ทั้งสามสำนวนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนลงโทษจำคุกจำเลยแต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปีและฎีกาของจำเลยทั้งหมดเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218วรรคแรก ที่แก้ไขใหม่ จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โดยฎีกาข้อ2(1) เป็นปัญหาว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยปัญหาที่จำเลยยกขึ้นต่อสู้ไว้เป็นการไม่ชอบ ฎีกาข้อ 2(2) เป็นปัญหาว่าจำเลยไม่ต้องรับผิด ฎีกาข้อ 2(3) เป็นปัญหาว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามกฎหมาย และฎีกาข้อ 2(4) เป็นปัญหาว่าการสอบสวนคดีนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย พนักงานอัยการไม่มีอำนาจฟ้อง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้วินิจฉัยต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์และโจทก์ร่วมได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่คดีทั้งสามสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยเรียกโจทก์ร่วมสองสำนวนแรกว่า โจทก์ร่วมที่ 1 เรียกโจทก์ร่วมสำนวนที่ 3 ว่า โจทก์ร่วมที่ 2ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 เช็ค3 ฉบับ เป็นความผิด 3 กระทง แต่ละกระทงจำคุก 1 ปี เรียงกระทงลงโทษ รวมจำคุก 3 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 134)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 136)คำสั่งพิเคราะห์ฎีกาของจำเลยข้อ 2(1) ถึง (3) แล้ว ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยออกเช็คพิพาทเพื่อชำระค่าจ้างที่ค้างชำระตามหนังสือรับสภาพหนี้ต่อโจทก์ ดังนั้นเมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คพิพาท จำเลยจึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วย ความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ จำเลยฎีกาโต้เถียงว่า จำเลยมิได้ออกเช็คพิพาทเพื่อชำระค่าจ้างที่ค้างชำระตามหนังสือรับสภาพหนี้ต่อโจทก์เป็นการโต้เถียงในข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ส่วนฎีกาของจำเลยข้อ 2(4) ที่ว่า พนักงานสอบสวนท้องที่ที่มีการออกเช็คไม่มีอำนาจสอบสวน และศาลซึ่งท้องที่ดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตอำนาจไม่มีอำนาจชำระนั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมาย จึงให้รับฎีกาของจำเลยเฉพาะข้อ 2(4) ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1029 - 1031/2533พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นางเอมอร มงคลสุข กับพวกโจทก์นายหวีหรือจินเซีย ตั้งทวีสินหรือแซ่ตั้งจำเลยนายทวีหรือจินเซีย ตั้งทวีสินหรือแซ่ตั้ง จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ทั้งสามสำนวนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนลงโทษจำคุกจำเลยแต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปีและฎีกาของจำเลยทั้งหมดเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218วรรคแรก ที่แก้ไขใหม่ จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โดยฎีกาข้อ2(1) เป็นปัญหาว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยปัญหาที่จำเลยยกขึ้นต่อสู้ไว้เป็นการไม่ชอบ ฎีกาข้อ 2(2) เป็นปัญหาว่าจำเลยไม่ต้องรับผิด ฎีกาข้อ 2(3) เป็นปัญหาว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามกฎหมาย และฎีกาข้อ 2(4) เป็นปัญหาว่าการสอบสวนคดีนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย พนักงานอัยการไม่มีอำนาจฟ้อง

โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้วินิจฉัยต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์และโจทก์ร่วมได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่คดีทั้งสามสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยเรียกโจทก์ร่วมสองสำนวนแรกว่า โจทก์ร่วมที่ 1 เรียกโจทก์ร่วมสำนวนที่ 3 ว่า โจทก์ร่วมที่ 2ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 เช็ค3 ฉบับ เป็นความผิด 3 กระทง แต่ละกระทงจำคุก 1 ปี เรียงกระทงลงโทษ รวมจำคุก 3 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 134)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 136)คำสั่งพิเคราะห์ฎีกาของจำเลยข้อ 2(1) ถึง (3) แล้ว ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยออกเช็คพิพาทเพื่อชำระค่าจ้างที่ค้างชำระตามหนังสือรับสภาพหนี้ต่อโจทก์ ดังนั้นเมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คพิพาท จำเลยจึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วย ความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ

จำเลยฎีกาโต้เถียงว่า จำเลยมิได้ออกเช็คพิพาทเพื่อชำระค่าจ้างที่ค้างชำระตามหนังสือรับสภาพหนี้ต่อโจทก์เป็นการโต้เถียงในข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ส่วนฎีกาของจำเลยข้อ 2(4) ที่ว่า พนักงานสอบสวนท้องที่ที่มีการออกเช็คไม่มีอำนาจสอบสวน และศาลซึ่งท้องที่ดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตอำนาจไม่มีอำนาจชำระนั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมาย จึงให้รับฎีกาของจำเลยเฉพาะข้อ 2(4) ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

Matter details

Panel of judges
พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · อากาศ บำรุงชีพ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

Supreme Court Judgment No. 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

Supreme Court Judgment No. 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

Supreme Court Judgment No. 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

Supreme Court Judgment No. 4447/2567

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up