Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57065)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้มีจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท ไม่รับฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนข้อกฎหมายที่จำเลยฎีกานั้น เห็นว่าไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในข้อกฎหมายที่ว่า โจทก์ไม่มี อำนาจฟ้อง เพราะหนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีนี้ปิดอากรไม่ครบถ้วน ตามประมวลกฎหมายรัษฎากร และลายมือชื่อผู้มอบอำนาจไม่ใช่ ลายมือชื่อที่แท้จริงของผู้มอบอำนาจหนังสือมอบอำนาจ จึงไม่สมบูรณ์ ไม่ชอบด้วยกฎหมายปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวนี้ เป็นสาระสำคัญแห่งคดีอันมีผลให้คดีถึงแพ้และชนะกันได้ โปรดมี คำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน30,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 50,000 บาท นับแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2532 ถึงวันที่21 กันยายน 2532 และดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน30,000 บาท นับแต่วันที่ 22 กันยายน 2532 จนกว่าจะชำระเสร็จแต่ดอกเบี้ยคำนวณถึงวันฟ้องให้ไม่เกิน 3,119.18 บาท(ฟ้องวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2533)ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (ถ้อยคำสำนวน อันดับ 3)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (ถ้อยคำสำนวน อันดับ 1)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยฎีกาว่า หนังสือมอบอำนาจให้โจทก์ฟ้องคดีปิดอากรแสตมป์ไม่ครบถ้วนขณะที่โจทก์ยื่นฟ้องแม้ต่อมาโจทก์ได้นำอากรแสตมป์มาปิดจนครบถ้วน ก็เป็นการไม่ชอบ ด้วยกฎหมาย เป็นการฟ้องคดีโดยไม่ได้รับมอบอำนาจ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายอันเป็นสาระแก่คดีให้รับฎีกาของจำเลยข้อนี้ไว้พิจารณาต่อไปส่วนที่จำเลยฎีกาว่า ลายมือชื่อผู้มอบอำนาจในหนังสือมอบอำนาจ ไม่ใช่ลายมือชื่อที่แท้จริง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง นั้น ศาลล่าง ทั้งสองฟังพยานหลักฐานต้องกันว่า เป็นลายมือชื่อที่แท้จริง ของผู้มอบอำนาจ ฎีกาของจำเลยดังกล่าวเป็นการโต้เถียงดุลพินิจ ในการรับฟังพยานหลักฐาน จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกา ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยข้อนี้ชอบแล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2910/2535ธนาคารกรุงไทย จำกัดโจทก์นางวีระวรรณ มะโนวังจำเลยนางวีระวรรณ มะโนวัง จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248, ม. 252ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้มีจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท ไม่รับฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนข้อกฎหมายที่จำเลยฎีกานั้น เห็นว่าไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในข้อกฎหมายที่ว่า โจทก์ไม่มี อำนาจฟ้อง เพราะหนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีนี้ปิดอากรไม่ครบถ้วน ตามประมวลกฎหมายรัษฎากร และลายมือชื่อผู้มอบอำนาจไม่ใช่ ลายมือชื่อที่แท้จริงของผู้มอบอำนาจหนังสือมอบอำนาจ จึงไม่สมบูรณ์ ไม่ชอบด้วยกฎหมายปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวนี้ เป็นสาระสำคัญแห่งคดีอันมีผลให้คดีถึงแพ้และชนะกันได้ โปรดมี คำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน30,000 บาท

พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 50,000 บาท นับแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2532 ถึงวันที่21 กันยายน 2532 และดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน30,000 บาท นับแต่วันที่ 22 กันยายน 2532 จนกว่าจะชำระเสร็จแต่ดอกเบี้ยคำนวณถึงวันฟ้องให้ไม่เกิน 3,119.18 บาท(ฟ้องวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2533)ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (ถ้อยคำสำนวน อันดับ 3)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (ถ้อยคำสำนวน อันดับ 1)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

ที่จำเลยฎีกาว่า หนังสือมอบอำนาจให้โจทก์ฟ้องคดีปิดอากรแสตมป์ไม่ครบถ้วนขณะที่โจทก์ยื่นฟ้องแม้ต่อมาโจทก์ได้นำอากรแสตมป์มาปิดจนครบถ้วน ก็เป็นการไม่ชอบ ด้วยกฎหมาย เป็นการฟ้องคดีโดยไม่ได้รับมอบอำนาจ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายอันเป็นสาระแก่คดีให้รับฎีกาของจำเลยข้อนี้ไว้พิจารณาต่อไปส่วนที่จำเลยฎีกาว่า ลายมือชื่อผู้มอบอำนาจในหนังสือมอบอำนาจ ไม่ใช่ลายมือชื่อที่แท้จริง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง นั้น ศาลล่าง ทั้งสองฟังพยานหลักฐานต้องกันว่า เป็นลายมือชื่อที่แท้จริง ของผู้มอบอำนาจ ฎีกาของจำเลยดังกล่าวเป็นการโต้เถียงดุลพินิจ ในการรับฟังพยานหลักฐาน จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกา ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยข้อนี้ชอบแล้ว

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กู้เกียรติ สุนทรบุระ · บุญส่ง วรรณกลาง · ประพัฒน์ อุชุภาพ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2662/2538

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย เพราะเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 จำเลยยื่นคำร้องต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริง อธิบดีผู้พิพากษาศ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56361)

ความว่า จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยทั้งสามฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของ ศาลอุทธรณ์ จึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง คดีนี้เป็นคดี ฟ้องขับไล่บุคคลออกจากอสังหาริมทรัพย์ อั…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56260)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นคดีมีทุนทรัพย์ให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลให้ถูกต้องก่อน จึงจะพิจารณาสั่ง ต่อมาโจทก์ยื่นคำแถลงยืนยันไม่เสียค่าขึ้นศาลตามที่มีคำสั่ง ศาลชั้นต้นจึงไม่รับฎีกาโจทก์โจทก์เ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56971)

ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ยื่นฎีกา ศาลชั้นต้น สั่งว่า จำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ห้ามมิให้ คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริง และฎีกาของจำเลยทั้งสาม ล้วนเป็น ปัญหาในข้อเท็จจริง จึงต้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56816)

ความว่า จำเลยทั้งสองยื่นฎีกาและยื่นคำร้องขอทุเลา การบังคับในระหว่างฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งในฎีกาว่า ฎีกาของ จำเลยข้อ 2.1 ข้อ 2.3 และข้อ 2.4 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาข้อ 2.2 แม้เป็นฎีกาข้อกฎหมายแ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้