Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56361)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยทั้งสามฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของ ศาลอุทธรณ์ จึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง คดีนี้เป็นคดี ฟ้องขับไล่บุคคลออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันมีค่าเช่าหรืออาจ ให้เช่าได้ในขณะยื่นฟ้องไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาท ฎีกาของ จำเลยทั้งสามจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง ที่แก้ไขแล้ว จึงไม่รับฎีกาจำเลยทั้งสามจำเลยทั้งสามเห็นว่า ฎีกาที่ว่าจำเลยทั้งสามครอบครอง ที่พิพาทจนได้กรรมสิทธิ์ตามกฎหมายแล้ว เป็นปัญหาข้อกฎหมาย และคดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลย จำเลยต่อสู้โต้แย้งในเรื่อง กรรมสิทธิ์ จำเลยเห็นว่าโจทก์ต้องเสียค่าขึ้นศาลเพิ่มอย่างคดี มีทุนทรัพย์ เมื่อโจทก์มิได้เสียค่าขึ้นศาล ฟ้องโจทก์จึง ไม่สมบูรณ์ เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน และคดีไม่ต้องห้ามฎีกาตามกฎหมาย เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีพิพาทกัน ในเรื่องกรรมสิทธิ์ มิใช่คดีฟ้องขับไล่อันอาจมีค่าเช่าในขณะ ยื่นฟ้องไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาท โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของ จำเลยทั้งสามไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 174)ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ถึงแก่กรรมจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นทายาทของจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็น คู่ความแทนที่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามรื้อถอนบ้านเลขที่ 34,35 ส่วนที่รุกล้ำและออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 14040 และ 14041 ตำบลโพนางดำออก(โพนางดำ) อำเภอสรรพยา (อินทร์บุรี) จังหวัดชัยนาท (สิงห์บุรี) ของโจทก์ทั้งสอง ให้จำเลยทั้งสาม ร่วมกันชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองเป็นเงินปีละ 500 บาท นับตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะรื้อถอนบ้านและออกไปจากที่ดินดังกล่าวศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 168)จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 170)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ขอให้จำเลยทั้งสามรื้อถอนบ้านที่ปลูกรุกล้ำออกไป จำเลยทั้งสามกล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ว่า จำเลยที่ 2 ได้ครอบครองที่ดินพิพาทจนได้กรรมสิทธิ์ตามกฎหมายแล้ว จึงเป็นคดี มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์ อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ มิใช่คดีฟ้องขับไล่บุคคลออกจากอสังหาริมทรัพย์ ก่อนที่ศาลชั้นต้น จะมีคำสั่งฎีกาของจำเลยทั้งสาม ชอบที่ศาลชั้นต้นจะต้องตีราคา ที่ดินพิพาทคำนวณค่าขึ้นศาลให้จำเลยทั้งสามชำระให้ถูกต้องครบถ้วนเพื่อทราบว่าคดีของจำเลยทั้งสามต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก ที่แก้ไขแล้ว หรือไม่เสียก่อน แล้วจึงมีคำสั่งรับหรือไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสาม การที่ศาลชั้นต้นไม่ตีราคาที่ดินพิพาท อ้างว่าเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้อง ไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาท ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง ที่แก้ไขแล้ว และมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสาม จึงเป็นการ ไม่ชอบ ให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับฎีกาของจำเลย ทั้งสามเสีย และให้ศาลชั้นต้นดำเนินการตีราคาที่ดินพิพาทคำนวณ ค่าขึ้นศาลให้จำเลยทั้งสามชำระให้ถูกต้องครบถ้วนเสียก่อน แล้วจึงมีคำสั่งฎีกาของจำเลยทั้งสามใหม่ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 ต่อไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1606/2536นางเวียง จันทร์โพธิ์ กับพวกโจทก์นายสมศักดิ์ สิงหาฯ กับพวกจำเลยนายสมศักดิ์ สิงหาฯ ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนางเยาวภา พึ่งสุข ที่ 2ผู้ยื่นคำร้องนายสมชาติ สิงหา ที่ 3 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248, ม. 252ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยทั้งสามฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของ ศาลอุทธรณ์ จึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง คดีนี้เป็นคดี ฟ้องขับไล่บุคคลออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันมีค่าเช่าหรืออาจ ให้เช่าได้ในขณะยื่นฟ้องไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาท ฎีกาของ จำเลยทั้งสามจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง ที่แก้ไขแล้ว จึงไม่รับฎีกาจำเลยทั้งสามจำเลยทั้งสามเห็นว่า ฎีกาที่ว่าจำเลยทั้งสามครอบครอง ที่พิพาทจนได้กรรมสิทธิ์ตามกฎหมายแล้ว เป็นปัญหาข้อกฎหมาย และคดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลย จำเลยต่อสู้โต้แย้งในเรื่อง กรรมสิทธิ์ จำเลยเห็นว่าโจทก์ต้องเสียค่าขึ้นศาลเพิ่มอย่างคดี

มีทุนทรัพย์ เมื่อโจทก์มิได้เสียค่าขึ้นศาล ฟ้องโจทก์จึง ไม่สมบูรณ์ เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน และคดีไม่ต้องห้ามฎีกาตามกฎหมาย เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีพิพาทกัน ในเรื่องกรรมสิทธิ์ มิใช่คดีฟ้องขับไล่อันอาจมีค่าเช่าในขณะ ยื่นฟ้องไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาท โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของ จำเลยทั้งสามไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 174)ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ถึงแก่กรรมจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นทายาทของจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็น คู่ความแทนที่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามรื้อถอนบ้านเลขที่ 34,35 ส่วนที่รุกล้ำและออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 14040 และ 14041 ตำบลโพนางดำออก(โพนางดำ)

อำเภอสรรพยา (อินทร์บุรี) จังหวัดชัยนาท (สิงห์บุรี) ของโจทก์ทั้งสอง ให้จำเลยทั้งสาม ร่วมกันชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองเป็นเงินปีละ 500 บาท นับตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะรื้อถอนบ้านและออกไปจากที่ดินดังกล่าวศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 168)จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 170)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ขอให้จำเลยทั้งสามรื้อถอนบ้านที่ปลูกรุกล้ำออกไป จำเลยทั้งสามกล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ว่า จำเลยที่ 2 ได้ครอบครองที่ดินพิพาทจนได้กรรมสิทธิ์ตามกฎหมายแล้ว จึงเป็นคดี มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์ อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้

มิใช่คดีฟ้องขับไล่บุคคลออกจากอสังหาริมทรัพย์ ก่อนที่ศาลชั้นต้น จะมีคำสั่งฎีกาของจำเลยทั้งสาม ชอบที่ศาลชั้นต้นจะต้องตีราคา ที่ดินพิพาทคำนวณค่าขึ้นศาลให้จำเลยทั้งสามชำระให้ถูกต้องครบถ้วนเพื่อทราบว่าคดีของจำเลยทั้งสามต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก ที่แก้ไขแล้ว หรือไม่เสียก่อน แล้วจึงมีคำสั่งรับหรือไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสาม การที่ศาลชั้นต้นไม่ตีราคาที่ดินพิพาท อ้างว่าเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้อง ไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาท ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง ที่แก้ไขแล้ว และมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสาม จึงเป็นการ

ไม่ชอบ ให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับฎีกาของจำเลย ทั้งสามเสีย และให้ศาลชั้นต้นดำเนินการตีราคาที่ดินพิพาทคำนวณ ค่าขึ้นศาลให้จำเลยทั้งสามชำระให้ถูกต้องครบถ้วนเสียก่อน แล้วจึงมีคำสั่งฎีกาของจำเลยทั้งสามใหม่ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 ต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สังเวียน รัตนมุง · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2662/2538

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย เพราะเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 จำเลยยื่นคำร้องต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริง อธิบดีผู้พิพากษาศ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56260)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นคดีมีทุนทรัพย์ให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลให้ถูกต้องก่อน จึงจะพิจารณาสั่ง ต่อมาโจทก์ยื่นคำแถลงยืนยันไม่เสียค่าขึ้นศาลตามที่มีคำสั่ง ศาลชั้นต้นจึงไม่รับฎีกาโจทก์โจทก์เ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56809)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลออกจากอสังหาริมทรัพย์อันอาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท และเป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56858)

ความว่า โจทก์ทั้งสองได้ยื่นฎีกา เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2535และวันที่ 21 เมษายน 2535 รวม 2 ฉบับ และศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งในทำนองเดียวกันว่า โจทก์ทั้งสองฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56962)

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเมื่อทุนทรัพย์ไม่เกิน200,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกจึงไม่รับ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้