Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 57/2489

พ.ศ. 2489 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยกระทำผิดฐานลักทรัพย์ บุกรุกและทำให้เสียทรัพย์เมื่อศาลไต่สวนมูลฟ้องแล้วประทับฟ้องเฉพาะฐานทำให้เสียทรัพย์และบุกรุกดังนี้ ศาลจะลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ไม่ได้ เพราะเป็นการลงโทษในข้อที่ศาลไม่รับไว้พิจารณาในเรื่องบุกรุกนั้นการที่ยังมีการโต้แย้งกรรมสิทธิ์กันอยู่นั้น มิใช่เป็นเหตุแสดงว่ากระทำโดยสุจริตเข้าไปรื้อเรือนซึ่งมีการโต้เถียงกรรมสิทธิ์กันอยู่และเขาเป็นฝ่ายครอบครองเรือนอยู่นั้นถือว่าเป็นการกระทำโดยบังอาจ ย่อมมีผิดฐานบุกรุกตามมาตรา 328ในเรื่องต้องหาว่าบุกรุกที่ดินนั้น การที่ยังมีการโต้แย้งกรรมสิทธิ์อยู่นั้นมิใช่เป็นเหตุแสดงความสุจริตของจำเลย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยรวม 23 คน ได้บังอาจมีอาวุธบุกรุกเข้าไปในเคหะสถานที่โจทก์ครอบครองโดยไม่มีอำนาจแล้วรื้อเรือน ยุ้งข้าวและเพิงต่อจากเรือน โจทก์ห้ามปรามไม่เชื่อฟัง ทำให้โจทก์เสียหายและจำเลยได้เจตนาทุจริตลักทรัพย์เหล่านั้นไป ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 324, 288, 293, 329ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีมีมูลเฉพาะตัวนายผาดจำเลยผู้เดียวและเฉพาะข้อหาฐานทำให้เสียทรัพย์กับบุกรุกจำเลยต่อสู้ว่าเรือนและเพิงเป็นของจำเลย นางหล่ำขายที่ดินส่วนของนางหล่ำให้โจทก์และบอกให้จำเลยรื้อเรือนและยุ้งข้าวรายนี้ไปศาลชั้นต้นตัดสินว่า จำเลยผิดตาม มาตรา 328, 329, 288 และ 293 ให้จำคุก 1 ปีตามมาตรา 293 ซึ่งเป็นบทหนักศาลอุทธรณ์พิพากษากลับโดยเห็นว่า ข้อหาฐานลักทรัพย์ศาลชั้นต้นสั่งไม่มีมูลแล้ว

จะกลับมาลงโทษจำเลยไม่ชอบ ส่วนข้อหาฐานบุกรุกนั้นเห็นว่า การรื้อเรือนในที่ดินนางหล่ำและโจทก์โดยนางหล่ำให้รื้อ ซึ่งโจทก์มิได้อยู่ในเรือนหลังนั้นทั้งโจทก์จำเลยและนางหล่ำก็โต้เถียงกรรมสิทธิ์กันอยู่ย่อมแสดงว่าได้กระทำไปโดยสุจริตไม่มีผิดให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ข้อหาฐานลักทรัพย์ ศาลชั้นต้นสั่งว่าคดีไม่มีมูลแล้ว แต่กลับมาพิพากษาลงโทษในฐานนี้ไม่ชอบ เพราะเป็นการลงโทษในข้อที่ศาลไม่รับพิจารณา ส่วนในฐานบุกรุกได้ความว่าเดิมที่ดินซึ่งปลูกเรือนรายนี้มีชื่อนางหล่ำและนางช้อยโจทก์ ต่อมานางหล่ำฟ้องนางช้อยขอแยกโฉนด แต่ได้ยอมความกันในศาล โดยนางหล่ำยอมขายส่วนของตนให้นางช้อยส่วนเรือนและยุ้งข้าวนางหล่ำแถลงต่อศาลว่าจะดำเนินคดีอีกส่วนหนึ่ง

ต่อมาอีก 4 วัน จำเลยได้นำพวกไปรื้อเรือนและยุ้งข้าว และปรากฎว่าจำเลยและนางหล่ำได้ออกจากที่รายนี้ไปนานแล้ว จำเลยก็ทราบอยู่ว่าเรือนจะต้องเป็นความกันต่อไป จำเลยยังขืนไปรื้อทั้งที่โจทก์เป็นฝ่ายครอบครองได้ห้ามปรามแล้วดังนี้แสดงให้เห็นถึงเจตนาบังอาจของจำเลยข้อที่ยังโต้แย้งกรรมสิทธิ์กันอยู่นั้นหาใช่เหตุแสดงความสุจริตไม่ จำเลยมีผิดฐานบุกรุกตามมาตรา 328 ให้จำคุก 3 เดือน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นาถปรีชา · จำรูญเนติศาสตร์ · ธรรมบัณฑิต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้