Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 57/2489

พ.ศ. 2489 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยกระทำผิดฐานลักทรัพย์ บุกรุกและทำให้เสียทรัพย์เมื่อศาลไต่สวนมูลฟ้องแล้วประทับฟ้องเฉพาะฐานทำให้เสียทรัพย์และบุกรุกดังนี้ ศาลจะลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ไม่ได้ เพราะเป็นการลงโทษในข้อที่ศาลไม่รับไว้พิจารณาในเรื่องบุกรุกนั้นการที่ยังมีการโต้แย้งกรรมสิทธิ์กันอยู่นั้น มิใช่เป็นเหตุแสดงว่ากระทำโดยสุจริตเข้าไปรื้อเรือนซึ่งมีการโต้เถียงกรรมสิทธิ์กันอยู่และเขาเป็นฝ่ายครอบครองเรือนอยู่นั้นถือว่าเป็นการกระทำโดยบังอาจ ย่อมมีผิดฐานบุกรุกตามมาตรา 328ในเรื่องต้องหาว่าบุกรุกที่ดินนั้น การที่ยังมีการโต้แย้งกรรมสิทธิ์อยู่นั้นมิใช่เป็นเหตุแสดงความสุจริตของจำเลย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยรวม 23 คน ได้บังอาจมีอาวุธบุกรุกเข้าไปในเคหะสถานที่โจทก์ครอบครองโดยไม่มีอำนาจแล้วรื้อเรือน ยุ้งข้าวและเพิงต่อจากเรือน โจทก์ห้ามปรามไม่เชื่อฟัง ทำให้โจทก์เสียหายและจำเลยได้เจตนาทุจริตลักทรัพย์เหล่านั้นไป ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 324, 288, 293, 329ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีมีมูลเฉพาะตัวนายผาดจำเลยผู้เดียวและเฉพาะข้อหาฐานทำให้เสียทรัพย์กับบุกรุกจำเลยต่อสู้ว่าเรือนและเพิงเป็นของจำเลย นางหล่ำขายที่ดินส่วนของนางหล่ำให้โจทก์และบอกให้จำเลยรื้อเรือนและยุ้งข้าวรายนี้ไปศาลชั้นต้นตัดสินว่า จำเลยผิดตาม มาตรา 328, 329, 288 และ 293 ให้จำคุก 1 ปีตามมาตรา 293 ซึ่งเป็นบทหนักศาลอุทธรณ์พิพากษากลับโดยเห็นว่า ข้อหาฐานลักทรัพย์ศาลชั้นต้นสั่งไม่มีมูลแล้ว

จะกลับมาลงโทษจำเลยไม่ชอบ ส่วนข้อหาฐานบุกรุกนั้นเห็นว่า การรื้อเรือนในที่ดินนางหล่ำและโจทก์โดยนางหล่ำให้รื้อ ซึ่งโจทก์มิได้อยู่ในเรือนหลังนั้นทั้งโจทก์จำเลยและนางหล่ำก็โต้เถียงกรรมสิทธิ์กันอยู่ย่อมแสดงว่าได้กระทำไปโดยสุจริตไม่มีผิดให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ข้อหาฐานลักทรัพย์ ศาลชั้นต้นสั่งว่าคดีไม่มีมูลแล้ว แต่กลับมาพิพากษาลงโทษในฐานนี้ไม่ชอบ เพราะเป็นการลงโทษในข้อที่ศาลไม่รับพิจารณา ส่วนในฐานบุกรุกได้ความว่าเดิมที่ดินซึ่งปลูกเรือนรายนี้มีชื่อนางหล่ำและนางช้อยโจทก์ ต่อมานางหล่ำฟ้องนางช้อยขอแยกโฉนด แต่ได้ยอมความกันในศาล โดยนางหล่ำยอมขายส่วนของตนให้นางช้อยส่วนเรือนและยุ้งข้าวนางหล่ำแถลงต่อศาลว่าจะดำเนินคดีอีกส่วนหนึ่ง

ต่อมาอีก 4 วัน จำเลยได้นำพวกไปรื้อเรือนและยุ้งข้าว และปรากฎว่าจำเลยและนางหล่ำได้ออกจากที่รายนี้ไปนานแล้ว จำเลยก็ทราบอยู่ว่าเรือนจะต้องเป็นความกันต่อไป จำเลยยังขืนไปรื้อทั้งที่โจทก์เป็นฝ่ายครอบครองได้ห้ามปรามแล้วดังนี้แสดงให้เห็นถึงเจตนาบังอาจของจำเลยข้อที่ยังโต้แย้งกรรมสิทธิ์กันอยู่นั้นหาใช่เหตุแสดงความสุจริตไม่ จำเลยมีผิดฐานบุกรุกตามมาตรา 328 ให้จำคุก 3 เดือน

Matter details

Panel of judges
นาถปรีชา · จำรูญเนติศาสตร์ · ธรรมบัณฑิต
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up