Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56992)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าเนื่องจากคดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1รวม 5 กระทง 16 ปี 8 เดือน ซึ่งโทษแต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปีเมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ที่แก้ไขแล้ว ฎีกาทุกข้อของจำเลยที่ 1 เป็นปัญหาข้อเท็จจริง แม้ข้อที่อ้างเป็นข้อกฎหมายว่า การกระทำ ของจำเลยที่ 1 ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 ก็อ้างว่าเพราะจำเลยที่ 1 มิได้มีเจตนาทุจริตเบียดบังยักยอก จึงเป็นการโต้แย้งข้อเท็จจริง เพื่อ นำ ไป สู่ปัญหาข้อกฎหมาย อันเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง นั่นเองจึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 เห็นว่า ในทางนำสืบพยานของโจทก์ มิได้ มีข้อเท็จจริงที่เป็นหลักฐานยืนยันว่าจำเลยที่ 1 ได้ ร่วม กับกับนายอานนท์ เผือกชาวนา กระทำผิดกฎหมายตามฟ้องโจทก์ เป็นคำวินิจฉัยที่มิชอบด้วยเหตุผลตามความเป็นจริงดังนั้นปัญหาว่าจำเลยที่ 1 กระทำการครบองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 147 หรือไม่ จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานในสำนวนว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 5 กระทง รวมจำคุก 25 ปี จำเลยที่ 1 ได้ชดใช้เงินคืนให้แก่ทางราชการจนครบถ้วนแล้ว ทั้งในส่วนของตนและผู้อื่น มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษ ให้หนึ่งในสาม ตามมาตรา 78 คงจำคุก 16 ปี 8 เดือนข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 152)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 164)คำสั่งคดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 กระทงละ 3 ปี 4 เดือนจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกฎีกาของจำเลยที่ 1 ทุกข้อเป็นปัญหาข้อเท็จจริงแม้ข้อที่อ้างว่าเป็นข้อกฎหมายที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าจำเลยที่ 1 ไม่มีเจตนากระทำความผิด เป็นเพียงบกพร่องต่อหน้าที่ราชการเท่านั้น เห็นว่า ปัญหาว่าจำเลยมีเจตนากระทำความผิดหรือไม่เป็นปัญหาข้อเท็จจริงย่อมต้องห้ามฎีกาโดยบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้นศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ชอบแล้วให้ยกคำร้องของ จำเลยที่ 1

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2371/2535พนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลกโจทก์นางธัญญา สุดสวนสี กับพวกจำเลยนางธัญญา สุดสวนสี จำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าเนื่องจากคดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1รวม 5 กระทง 16 ปี 8 เดือน ซึ่งโทษแต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปีเมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ที่แก้ไขแล้ว ฎีกาทุกข้อของจำเลยที่ 1 เป็นปัญหาข้อเท็จจริง แม้ข้อที่อ้างเป็นข้อกฎหมายว่า การกระทำ ของจำเลยที่ 1 ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 ก็อ้างว่าเพราะจำเลยที่ 1 มิได้มีเจตนาทุจริตเบียดบังยักยอก จึงเป็นการโต้แย้งข้อเท็จจริง เพื่อ

นำ ไป สู่ปัญหาข้อกฎหมาย อันเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง นั่นเองจึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 เห็นว่า ในทางนำสืบพยานของโจทก์ มิได้ มีข้อเท็จจริงที่เป็นหลักฐานยืนยันว่าจำเลยที่ 1 ได้ ร่วม กับกับนายอานนท์ เผือกชาวนา กระทำผิดกฎหมายตามฟ้องโจทก์ เป็นคำวินิจฉัยที่มิชอบด้วยเหตุผลตามความเป็นจริงดังนั้นปัญหาว่าจำเลยที่ 1 กระทำการครบองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 147 หรือไม่ จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานในสำนวนว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 5 กระทง รวมจำคุก 25 ปี จำเลยที่ 1 ได้ชดใช้เงินคืนให้แก่ทางราชการจนครบถ้วนแล้ว ทั้งในส่วนของตนและผู้อื่น มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษ ให้หนึ่งในสาม ตามมาตรา 78 คงจำคุก 16 ปี 8 เดือนข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 152)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 164)คำสั่งคดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 กระทงละ 3 ปี 4 เดือนจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกฎีกาของจำเลยที่ 1 ทุกข้อเป็นปัญหาข้อเท็จจริงแม้ข้อที่อ้างว่าเป็นข้อกฎหมายที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าจำเลยที่ 1 ไม่มีเจตนากระทำความผิด เป็นเพียงบกพร่องต่อหน้าที่ราชการเท่านั้น เห็นว่า ปัญหาว่าจำเลยมีเจตนากระทำความผิดหรือไม่เป็นปัญหาข้อเท็จจริงย่อมต้องห้ามฎีกาโดยบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้นศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ชอบแล้วให้ยกคำร้องของ จำเลยที่ 1

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประสิทธิ์ แสนศิริ · วิทวัส อยู่วัฒนา · ไพศาล รางชางกูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4447/2567

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้