Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2535 (ref. 56992)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าเนื่องจากคดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1รวม 5 กระทง 16 ปี 8 เดือน ซึ่งโทษแต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปีเมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ที่แก้ไขแล้ว ฎีกาทุกข้อของจำเลยที่ 1 เป็นปัญหาข้อเท็จจริง แม้ข้อที่อ้างเป็นข้อกฎหมายว่า การกระทำ ของจำเลยที่ 1 ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 ก็อ้างว่าเพราะจำเลยที่ 1 มิได้มีเจตนาทุจริตเบียดบังยักยอก จึงเป็นการโต้แย้งข้อเท็จจริง เพื่อ นำ ไป สู่ปัญหาข้อกฎหมาย อันเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง นั่นเองจึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 เห็นว่า ในทางนำสืบพยานของโจทก์ มิได้ มีข้อเท็จจริงที่เป็นหลักฐานยืนยันว่าจำเลยที่ 1 ได้ ร่วม กับกับนายอานนท์ เผือกชาวนา กระทำผิดกฎหมายตามฟ้องโจทก์ เป็นคำวินิจฉัยที่มิชอบด้วยเหตุผลตามความเป็นจริงดังนั้นปัญหาว่าจำเลยที่ 1 กระทำการครบองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 147 หรือไม่ จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานในสำนวนว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 5 กระทง รวมจำคุก 25 ปี จำเลยที่ 1 ได้ชดใช้เงินคืนให้แก่ทางราชการจนครบถ้วนแล้ว ทั้งในส่วนของตนและผู้อื่น มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษ ให้หนึ่งในสาม ตามมาตรา 78 คงจำคุก 16 ปี 8 เดือนข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 152)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 164)คำสั่งคดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 กระทงละ 3 ปี 4 เดือนจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกฎีกาของจำเลยที่ 1 ทุกข้อเป็นปัญหาข้อเท็จจริงแม้ข้อที่อ้างว่าเป็นข้อกฎหมายที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าจำเลยที่ 1 ไม่มีเจตนากระทำความผิด เป็นเพียงบกพร่องต่อหน้าที่ราชการเท่านั้น เห็นว่า ปัญหาว่าจำเลยมีเจตนากระทำความผิดหรือไม่เป็นปัญหาข้อเท็จจริงย่อมต้องห้ามฎีกาโดยบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้นศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ชอบแล้วให้ยกคำร้องของ จำเลยที่ 1

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2371/2535พนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลกโจทก์นางธัญญา สุดสวนสี กับพวกจำเลยนางธัญญา สุดสวนสี จำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าเนื่องจากคดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1รวม 5 กระทง 16 ปี 8 เดือน ซึ่งโทษแต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปีเมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ที่แก้ไขแล้ว ฎีกาทุกข้อของจำเลยที่ 1 เป็นปัญหาข้อเท็จจริง แม้ข้อที่อ้างเป็นข้อกฎหมายว่า การกระทำ ของจำเลยที่ 1 ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 ก็อ้างว่าเพราะจำเลยที่ 1 มิได้มีเจตนาทุจริตเบียดบังยักยอก จึงเป็นการโต้แย้งข้อเท็จจริง เพื่อ

นำ ไป สู่ปัญหาข้อกฎหมาย อันเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง นั่นเองจึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 เห็นว่า ในทางนำสืบพยานของโจทก์ มิได้ มีข้อเท็จจริงที่เป็นหลักฐานยืนยันว่าจำเลยที่ 1 ได้ ร่วม กับกับนายอานนท์ เผือกชาวนา กระทำผิดกฎหมายตามฟ้องโจทก์ เป็นคำวินิจฉัยที่มิชอบด้วยเหตุผลตามความเป็นจริงดังนั้นปัญหาว่าจำเลยที่ 1 กระทำการครบองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 147 หรือไม่ จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานในสำนวนว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 5 กระทง รวมจำคุก 25 ปี จำเลยที่ 1 ได้ชดใช้เงินคืนให้แก่ทางราชการจนครบถ้วนแล้ว ทั้งในส่วนของตนและผู้อื่น มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษ ให้หนึ่งในสาม ตามมาตรา 78 คงจำคุก 16 ปี 8 เดือนข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 152)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 164)คำสั่งคดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2

Result

พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 กระทงละ 3 ปี 4 เดือนจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกฎีกาของจำเลยที่ 1 ทุกข้อเป็นปัญหาข้อเท็จจริงแม้ข้อที่อ้างว่าเป็นข้อกฎหมายที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าจำเลยที่ 1 ไม่มีเจตนากระทำความผิด เป็นเพียงบกพร่องต่อหน้าที่ราชการเท่านั้น เห็นว่า ปัญหาว่าจำเลยมีเจตนากระทำความผิดหรือไม่เป็นปัญหาข้อเท็จจริงย่อมต้องห้ามฎีกาโดยบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้นศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ชอบแล้วให้ยกคำร้องของ จำเลยที่ 1

Matter details

Panel of judges
ประสิทธิ์ แสนศิริ · วิทวัส อยู่วัฒนา · ไพศาล รางชางกูร
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

Supreme Court Judgment No. 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

Supreme Court Judgment No. 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

Supreme Court Judgment No. 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

Supreme Court Judgment No. 4447/2567

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up