Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56986)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของ จำเลยเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 จึงไม่รับอุทธรณ์จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมาย เพราะ เป็นเรื่องเกี่ยวกับอำนาจฟ้องและคำสั่งที่ไม่ชอบของศาลแรงงานกลาง ที่มีคำสั่งงดสืบกรรมการผู้จัดการจำเลยที่อ้างตนเองเป็นพยาน และปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวสมควรที่จะได้รับการพิจารณาวินิจฉัย จากศาลฎีกาโปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 40)ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 16,900 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง (วันที่ 24 เมษายน 2535) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 27)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 37)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า การออกคำสั่งให้โจทก์เปลี่ยนแปลงหน้าที่ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งโจทก์ และเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย แต่โจทก์จงใจที่จะฝ่าฝืนคำสั่งดังกล่าว และละทิ้งงานไปโดยจำเลยมิได้เลิกจ้างโจทก์ นั้น เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงตามคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางที่ว่า จำเลยสั่งให้โจทก์ไปทำหน้าที่ล้างส้วม แต่โจทก์ไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งจำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ การออกคำสั่งดังกล่าวมีลักษณะเป็นการกลั่นแกล้งโจทก์ถือไม่ได้ว่าโจทก์ฝ่าฝืนคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของจำเลย จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ว่า ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีและงดสืบกรรมการผู้จัดการจำเลยเป็นการไม่ชอบเพราะการสืบกรรมการ ผู้จัดการจำเลยจะชี้ให้เห็นว่าคำสั่งของจำเลยเป็นคำสั่งชอบด้วย กฎหมายและจำเลยไม่เคยเลิกจ้างโจทก์ เพื่อประโยชน์แห่ง ความยุติธรรมสมควรให้จำเลยนำพยานเข้าสืบ นั้น การที่ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีและงดสืบ กรรมการผู้จัดการจำเลยโดยเห็นว่าจำเลยขาดนัดไม่ได้ให้การต่อสู้ ไว้และกรรมการผู้จัดการจำเลยไม่มาศาลโดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นการ ใช้ดุลพินิจของศาลแรงงานกลาง จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง เช่นเดียวกัน ต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยชอบแล้วยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2348/2535นางเสน่ห์ แซ่คูโจทก์บริษัทวัชรบรรจุภัณฑ์ จำกัดจำเลยนายประสงค์ โรจน์วัชราภิบาล ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของ จำเลยเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 จึงไม่รับอุทธรณ์จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมาย เพราะ เป็นเรื่องเกี่ยวกับอำนาจฟ้องและคำสั่งที่ไม่ชอบของศาลแรงงานกลาง ที่มีคำสั่งงดสืบกรรมการผู้จัดการจำเลยที่อ้างตนเองเป็นพยาน และปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวสมควรที่จะได้รับการพิจารณาวินิจฉัย จากศาลฎีกาโปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 40)

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 16,900 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง (วันที่ 24 เมษายน 2535) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 27)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 37)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า การออกคำสั่งให้โจทก์เปลี่ยนแปลงหน้าที่ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งโจทก์ และเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย แต่โจทก์จงใจที่จะฝ่าฝืนคำสั่งดังกล่าว และละทิ้งงานไปโดยจำเลยมิได้เลิกจ้างโจทก์ นั้น เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงตามคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางที่ว่า จำเลยสั่งให้โจทก์ไปทำหน้าที่ล้างส้วม แต่โจทก์ไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งจำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ การออกคำสั่งดังกล่าวมีลักษณะเป็นการกลั่นแกล้งโจทก์ถือไม่ได้ว่าโจทก์ฝ่าฝืนคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของจำเลย จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ว่า ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีและงดสืบกรรมการผู้จัดการจำเลยเป็นการไม่ชอบเพราะการสืบกรรมการ

ผู้จัดการจำเลยจะชี้ให้เห็นว่าคำสั่งของจำเลยเป็นคำสั่งชอบด้วย กฎหมายและจำเลยไม่เคยเลิกจ้างโจทก์ เพื่อประโยชน์แห่ง ความยุติธรรมสมควรให้จำเลยนำพยานเข้าสืบ นั้น การที่ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีและงดสืบ กรรมการผู้จัดการจำเลยโดยเห็นว่าจำเลยขาดนัดไม่ได้ให้การต่อสู้ ไว้และกรรมการผู้จัดการจำเลยไม่มาศาลโดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นการ ใช้ดุลพินิจของศาลแรงงานกลาง จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง เช่นเดียวกัน ต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยชอบแล้วยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ราเชนทร์ จัมปาสุต · ตัน เวทไว · ชวลิต พรายภู่
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 587/2563

ฎีกาของจำเลยมีลักษณะเป็นการโต้แย้งว่าอุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ในข้อกฎหมาย ซึ่งเมื่อพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลยแล้ว เป็นอุทธรณ์ที่มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้