Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56684)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 และจำเลยยังมิได้รับอนุญาตให้ฎีกาตามมาตรา 221 จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาข้อ 2 บางส่วนและฎีกาข้อ 3 ข้อ 4เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยในส่วนที่เป็นปัญหาข้อกฎหมายไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานในสำนวนว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 จำคุก 6 เดือน ปรับ 4,000 บาท แต่เนื่องจากจำเลย กำลังศึกษาอยู่ระดับปริญญาโทและประกอบอาชีพการงานเป็น กิจจะลักษณะ ไม่เคยมีความประพฤติเสียหายมาก่อน ทั้งเคยช่วย ค่ารักษาพยาบาลแก่โจทก์บางส่วน อันเป็นการบรรเทาผลร้ายแห่งคดี จึงเห็นสมควรรอการลงโทษจำเลยไว้มีกำหนด 2 ปี ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ถ้าไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 176)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 179)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยขับรถด้วยความเร็วสูงแล่นหลบรถจักรยานที่แล่นอยู่ข้างหน้าโดยมิได้ ชะลอความเร็วลง รถจึงแล่นแฉลบไปตกไหล่ถนนด้านขวาแล้วเกิดพลิกคว่ำ ทำให้โจทก์ได้รับบาดเจ็บ ถือว่าจำเลยขับรถ ด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังจำเลยฎีกา สรุปได้ใจความได้ว่า จำเลยมิได้ขับรถด้วยความเร็วสูงได้บีบแตรเตือนรถจักรยานแล้ว เมื่อรถแล่นแฉลบไปทางขวาจะตกถนน จำเลยพยายามประคองพวงมาลัยให้รถแล่น บนไหล่ถนน เหตุที่รถพลิกคว่ำเป็นเพราะสภาพของรถและสถาพถนน เป็นการใช้ความระมัดระวังพอสมควรแล้ว เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 969/2535นางวรรณวลี เพ็งสมจิตต์โจทก์นายอรรถพันธ์ ยุกตะนันท์จำเลยนายอรรถพันธ์ ยุกตะนันท์ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 และจำเลยยังมิได้รับอนุญาตให้ฎีกาตามมาตรา 221 จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาข้อ 2 บางส่วนและฎีกาข้อ 3 ข้อ 4เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยในส่วนที่เป็นปัญหาข้อกฎหมายไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานในสำนวนว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 จำคุก 6 เดือน ปรับ 4,000 บาท แต่เนื่องจากจำเลย กำลังศึกษาอยู่ระดับปริญญาโทและประกอบอาชีพการงานเป็น กิจจะลักษณะ ไม่เคยมีความประพฤติเสียหายมาก่อน ทั้งเคยช่วย ค่ารักษาพยาบาลแก่โจทก์บางส่วน อันเป็นการบรรเทาผลร้ายแห่งคดี จึงเห็นสมควรรอการลงโทษจำเลยไว้มีกำหนด 2 ปี ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ถ้าไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 176)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 179)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยขับรถด้วยความเร็วสูงแล่นหลบรถจักรยานที่แล่นอยู่ข้างหน้าโดยมิได้ ชะลอความเร็วลง รถจึงแล่นแฉลบไปตกไหล่ถนนด้านขวาแล้วเกิดพลิกคว่ำ ทำให้โจทก์ได้รับบาดเจ็บ ถือว่าจำเลยขับรถ ด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังจำเลยฎีกา สรุปได้ใจความได้ว่า จำเลยมิได้ขับรถด้วยความเร็วสูงได้บีบแตรเตือนรถจักรยานแล้ว เมื่อรถแล่นแฉลบไปทางขวาจะตกถนน จำเลยพยายามประคองพวงมาลัยให้รถแล่น บนไหล่ถนน เหตุที่รถพลิกคว่ำเป็นเพราะสภาพของรถและสถาพถนน เป็นการใช้ความระมัดระวังพอสมควรแล้ว เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · วีระชัย สูตรสุวรรณ · เริงธรรม ลัดพลี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้