Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56620)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกา และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลชั้นต้นสั่งในฎีกา ว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 มาตรา 18 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 และสั่งในคำร้องขอทุเลาการบังคับว่า เมื่อศาลไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 จึงไม่รับคำร้องขอทุเลาการบังคับให้ยกคำร้องจำเลยที่ 1 เห็นว่า จำเลยที่ 1 มีสิทธิยื่นฎีกาภายในวันที่ 3 ตุลาคม 2534 คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยที่ 1 จึงมีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ตามกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะยื่นฎีกาแต่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 มาตรา 18 ที่ศาลชั้นต้นอ้างได้ประกาศราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2534มีผลใช้บังคับใช้เมื่อพ้น 60 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ฎีกาของจำเลยจึงไม่ต้องห้ามดังศาลชั้นต้นอ้าง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาและคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกาของจำเลยที่ 1ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 150 แผ่นที่ 2)ในระหว่างการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องโจทก์ ยื่นคำบอกกล่าวขอถอนฟ้องจำเลยที่ 3 ศาลชั้นต้นอนุญาตและ สั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 3 ออกจากสารบบความศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกัน ชำระค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน 13,651.33 บาท พร้อมด้วย ดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 10 มกราคม 2529เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาและยกคำร้องขอทุเลาการบังคับดังกล่าว (อันดับ 144,143)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 147)คำสั่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 มาตรา 2 ให้ใช้บังคับมาตรา 18 ของพระราชบัญญัตินี้ให้ยกเลิกความในมาตรา 248 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเดิม และให้ใช้ความใหม่แทนเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป และพระราชบัญญัตินี้ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2534 จึงมีผลใช้บังคับในวันที่27 ตุลาคม 2534จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2534จึงยังไม่อยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่ดังกล่าว ต้องใช้บังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 เดิม ฎีกาของจำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ให้รับฎีกาและคำขอทุเลาการบังคับคดีระหว่างฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้ดำเนินการต่อไป

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 475/2535บริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัดโจทก์บริษัทนครชัยขนส่ง จำกัด กับพวกจำเลยบริษัทนครชัยขนส่ง จำกัด จำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 231, ม. 248ความว่า จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกา และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลชั้นต้นสั่งในฎีกา ว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 มาตรา 18 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 และสั่งในคำร้องขอทุเลาการบังคับว่า เมื่อศาลไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 จึงไม่รับคำร้องขอทุเลาการบังคับให้ยกคำร้องจำเลยที่ 1 เห็นว่า จำเลยที่ 1 มีสิทธิยื่นฎีกาภายในวันที่ 3 ตุลาคม 2534 คดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยที่ 1 จึงมีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ตามกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะยื่นฎีกาแต่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 มาตรา 18 ที่ศาลชั้นต้นอ้างได้ประกาศราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2534มีผลใช้บังคับใช้เมื่อพ้น 60 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ฎีกาของจำเลยจึงไม่ต้องห้ามดังศาลชั้นต้นอ้าง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาและคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกาของจำเลยที่ 1ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 150 แผ่นที่ 2)ในระหว่างการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องโจทก์ ยื่นคำบอกกล่าวขอถอนฟ้องจำเลยที่ 3

ศาลชั้นต้นอนุญาตและ สั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 3 ออกจากสารบบความศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกัน ชำระค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน 13,651.33 บาท พร้อมด้วย ดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 10 มกราคม 2529เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาและยกคำร้องขอทุเลาการบังคับดังกล่าว (อันดับ 144,143)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 147)คำสั่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 มาตรา 2 ให้ใช้บังคับมาตรา 18 ของพระราชบัญญัตินี้ให้ยกเลิกความในมาตรา 248 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเดิม และให้ใช้ความใหม่แทนเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป และพระราชบัญญัตินี้ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2534 จึงมีผลใช้บังคับในวันที่27 ตุลาคม 2534จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2534จึงยังไม่อยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่ดังกล่าว

ต้องใช้บังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 เดิม ฎีกาของจำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ให้รับฎีกาและคำขอทุเลาการบังคับคดีระหว่างฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้ดำเนินการต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · สมศักดิ์ วิธุรัติ · สมมาตร พรหมานุกูล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้