Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2535 (ref. 56620)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกา และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลชั้นต้นสั่งในฎีกา ว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 มาตรา 18 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 และสั่งในคำร้องขอทุเลาการบังคับว่า เมื่อศาลไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 จึงไม่รับคำร้องขอทุเลาการบังคับให้ยกคำร้องจำเลยที่ 1 เห็นว่า จำเลยที่ 1 มีสิทธิยื่นฎีกาภายในวันที่ 3 ตุลาคม 2534 คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยที่ 1 จึงมีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ตามกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะยื่นฎีกาแต่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 มาตรา 18 ที่ศาลชั้นต้นอ้างได้ประกาศราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2534มีผลใช้บังคับใช้เมื่อพ้น 60 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ฎีกาของจำเลยจึงไม่ต้องห้ามดังศาลชั้นต้นอ้าง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาและคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกาของจำเลยที่ 1ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 150 แผ่นที่ 2)ในระหว่างการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องโจทก์ ยื่นคำบอกกล่าวขอถอนฟ้องจำเลยที่ 3 ศาลชั้นต้นอนุญาตและ สั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 3 ออกจากสารบบความศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกัน ชำระค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน 13,651.33 บาท พร้อมด้วย ดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 10 มกราคม 2529เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาและยกคำร้องขอทุเลาการบังคับดังกล่าว (อันดับ 144,143)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 147)คำสั่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 มาตรา 2 ให้ใช้บังคับมาตรา 18 ของพระราชบัญญัตินี้ให้ยกเลิกความในมาตรา 248 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเดิม และให้ใช้ความใหม่แทนเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป และพระราชบัญญัตินี้ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2534 จึงมีผลใช้บังคับในวันที่27 ตุลาคม 2534จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2534จึงยังไม่อยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่ดังกล่าว ต้องใช้บังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 เดิม ฎีกาของจำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ให้รับฎีกาและคำขอทุเลาการบังคับคดีระหว่างฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้ดำเนินการต่อไป

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 475/2535บริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัดโจทก์บริษัทนครชัยขนส่ง จำกัด กับพวกจำเลยบริษัทนครชัยขนส่ง จำกัด จำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 231, ม. 248ความว่า จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกา และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลชั้นต้นสั่งในฎีกา ว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 มาตรา 18 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 และสั่งในคำร้องขอทุเลาการบังคับว่า เมื่อศาลไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 จึงไม่รับคำร้องขอทุเลาการบังคับให้ยกคำร้องจำเลยที่ 1 เห็นว่า จำเลยที่ 1 มีสิทธิยื่นฎีกาภายในวันที่ 3 ตุลาคม 2534 คดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยที่ 1 จึงมีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ตามกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะยื่นฎีกาแต่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 มาตรา 18 ที่ศาลชั้นต้นอ้างได้ประกาศราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2534มีผลใช้บังคับใช้เมื่อพ้น 60 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ฎีกาของจำเลยจึงไม่ต้องห้ามดังศาลชั้นต้นอ้าง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาและคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกาของจำเลยที่ 1ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 150 แผ่นที่ 2)ในระหว่างการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องโจทก์ ยื่นคำบอกกล่าวขอถอนฟ้องจำเลยที่ 3

ศาลชั้นต้นอนุญาตและ สั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 3 ออกจากสารบบความศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกัน ชำระค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน 13,651.33 บาท พร้อมด้วย ดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 10 มกราคม 2529เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาและยกคำร้องขอทุเลาการบังคับดังกล่าว (อันดับ 144,143)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 147)คำสั่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 มาตรา 2 ให้ใช้บังคับมาตรา 18 ของพระราชบัญญัตินี้ให้ยกเลิกความในมาตรา 248 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเดิม และให้ใช้ความใหม่แทนเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป และพระราชบัญญัตินี้ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2534 จึงมีผลใช้บังคับในวันที่27 ตุลาคม 2534จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2534จึงยังไม่อยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่ดังกล่าว

ต้องใช้บังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 เดิม ฎีกาของจำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ให้รับฎีกาและคำขอทุเลาการบังคับคดีระหว่างฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้ดำเนินการต่อไป

Matter details

Panel of judges
เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · สมศักดิ์ วิธุรัติ · สมมาตร พรหมานุกูล
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up