Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56574)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยฎีกาคัดค้านว่า มูลหนี้ตามเช็คเป็นมูลหนี้กู้ยืมเงินที่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ซึ่งไม่สามารถบังคับได้ตามกฎหมาย จำเลยจึงไม่มีความผิด ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 จึงเป็นเรื่องที่จำเลยฎีกาคัดค้านในปัญหาว่า เช็คที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นเช็คชำระหนี้ตามสัญญากู้ที่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าว ในศาลชั้นต้น ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 และการฎีกาของจำเลยเป็นการปิดปัญหาข้อเท็จจริงไปสู่ปัญหาข้อกฎหมาย จึงเป็นเรื่องที่จำเลยฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงนั่นเอง ฎีกาของจำเลย เป็นฎีกาต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า เช็คพิพาทมิใช่เช็คที่เกิดจากมูลหนี้กู้ยืมเงินดังที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยสั่งไว้แต่อย่างใด แต่เป็นการออกเช็คเพื่อแลกเงินสดซึ่งไม่มีกฎหมายกำหนดแบบเอาไว้จึงต้องใช้บทบัญญัติกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่ง คือ มาตรา 653 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่เมื่อโจทก์ไม่ได้มีหลักฐานเป็นหนังสือมาแสดง มูลหนี้ในการออกเช็คพิพาทสามารถบังคับได้ ตามกฎหมายหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ของประชาชน ซึ่งเป็นองค์ประกอบความผิดที่ผู้ออกเช็คจะต้องรับผิด ในทางอาญาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 หาใช่เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 81) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง ในชั้นแรกจำเลยให้การปฏิเสธ แต่ต่อมากลับให้การใหม่ เป็นรับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พุทธศักราช 2497 มาตรา 3ให้จำคุก 10 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 5 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 76) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ ) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 5 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ที่จำเลยฎีกาว่า เช็คพิพาทไม่ใช่เช็คที่เกิดจากมูลหนี้กู้ยืม แต่เป็นการออกเช็คเพื่อแลกเงินสด เมื่อโจทก์ไม่ได้มีหลักฐานเป็นหนังสือมาแสดงมูลหนี้ในเช็คพิพาทจึงเป็นหนี้ที่ไม่อาจบังคับกันได้ตามกฎหมายนั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 291/2535นายสิทธิชัย เจนระฆังทองโจทก์นางธีรนุช วรรณลัยจำเลยนางธีรนุช วรรณลัย จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาคัดค้านว่า มูลหนี้ตามเช็คเป็นมูลหนี้กู้ยืมเงินที่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ซึ่งไม่สามารถบังคับได้ตามกฎหมาย จำเลยจึงไม่มีความผิด ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 จึงเป็นเรื่องที่จำเลยฎีกาคัดค้านในปัญหาว่า เช็คที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นเช็คชำระหนี้ตามสัญญากู้ที่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าว ในศาลชั้นต้น ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 และการฎีกาของจำเลยเป็นการปิดปัญหาข้อเท็จจริงไปสู่ปัญหาข้อกฎหมาย จึงเป็นเรื่องที่จำเลยฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงนั่นเอง ฎีกาของจำเลย เป็นฎีกาต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาของจำเลย

จำเลยเห็นว่า เช็คพิพาทมิใช่เช็คที่เกิดจากมูลหนี้กู้ยืมเงินดังที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยสั่งไว้แต่อย่างใด แต่เป็นการออกเช็คเพื่อแลกเงินสดซึ่งไม่มีกฎหมายกำหนดแบบเอาไว้จึงต้องใช้บทบัญญัติกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่ง คือ มาตรา 653 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่เมื่อโจทก์ไม่ได้มีหลักฐานเป็นหนังสือมาแสดง มูลหนี้ในการออกเช็คพิพาทสามารถบังคับได้ ตามกฎหมายหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ของประชาชน ซึ่งเป็นองค์ประกอบความผิดที่ผู้ออกเช็คจะต้องรับผิด ในทางอาญาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 หาใช่เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วย

หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 81) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง ในชั้นแรกจำเลยให้การปฏิเสธ แต่ต่อมากลับให้การใหม่ เป็นรับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พุทธศักราช 2497 มาตรา 3ให้จำคุก 10 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 5 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 2

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 76) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ ) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 5 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ที่จำเลยฎีกาว่า เช็คพิพาทไม่ใช่เช็คที่เกิดจากมูลหนี้กู้ยืม แต่เป็นการออกเช็คเพื่อแลกเงินสด เมื่อโจทก์ไม่ได้มีหลักฐานเป็นหนังสือมาแสดงมูลหนี้ในเช็คพิพาทจึงเป็นหนี้ที่ไม่อาจบังคับกันได้ตามกฎหมายนั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประมาณ ชันซื่อ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · สังเวียน รัตนมุง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้