Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2535 (ref. 56574)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยฎีกาคัดค้านว่า มูลหนี้ตามเช็คเป็นมูลหนี้กู้ยืมเงินที่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ซึ่งไม่สามารถบังคับได้ตามกฎหมาย จำเลยจึงไม่มีความผิด ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 จึงเป็นเรื่องที่จำเลยฎีกาคัดค้านในปัญหาว่า เช็คที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นเช็คชำระหนี้ตามสัญญากู้ที่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าว ในศาลชั้นต้น ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 และการฎีกาของจำเลยเป็นการปิดปัญหาข้อเท็จจริงไปสู่ปัญหาข้อกฎหมาย จึงเป็นเรื่องที่จำเลยฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงนั่นเอง ฎีกาของจำเลย เป็นฎีกาต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า เช็คพิพาทมิใช่เช็คที่เกิดจากมูลหนี้กู้ยืมเงินดังที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยสั่งไว้แต่อย่างใด แต่เป็นการออกเช็คเพื่อแลกเงินสดซึ่งไม่มีกฎหมายกำหนดแบบเอาไว้จึงต้องใช้บทบัญญัติกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่ง คือ มาตรา 653 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่เมื่อโจทก์ไม่ได้มีหลักฐานเป็นหนังสือมาแสดง มูลหนี้ในการออกเช็คพิพาทสามารถบังคับได้ ตามกฎหมายหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ของประชาชน ซึ่งเป็นองค์ประกอบความผิดที่ผู้ออกเช็คจะต้องรับผิด ในทางอาญาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 หาใช่เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 81) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง ในชั้นแรกจำเลยให้การปฏิเสธ แต่ต่อมากลับให้การใหม่ เป็นรับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พุทธศักราช 2497 มาตรา 3ให้จำคุก 10 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 5 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 76) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ ) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 5 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ที่จำเลยฎีกาว่า เช็คพิพาทไม่ใช่เช็คที่เกิดจากมูลหนี้กู้ยืม แต่เป็นการออกเช็คเพื่อแลกเงินสด เมื่อโจทก์ไม่ได้มีหลักฐานเป็นหนังสือมาแสดงมูลหนี้ในเช็คพิพาทจึงเป็นหนี้ที่ไม่อาจบังคับกันได้ตามกฎหมายนั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 291/2535นายสิทธิชัย เจนระฆังทองโจทก์นางธีรนุช วรรณลัยจำเลยนางธีรนุช วรรณลัย จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาคัดค้านว่า มูลหนี้ตามเช็คเป็นมูลหนี้กู้ยืมเงินที่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ซึ่งไม่สามารถบังคับได้ตามกฎหมาย จำเลยจึงไม่มีความผิด ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 จึงเป็นเรื่องที่จำเลยฎีกาคัดค้านในปัญหาว่า เช็คที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นเช็คชำระหนี้ตามสัญญากู้ที่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าว ในศาลชั้นต้น ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 และการฎีกาของจำเลยเป็นการปิดปัญหาข้อเท็จจริงไปสู่ปัญหาข้อกฎหมาย จึงเป็นเรื่องที่จำเลยฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงนั่นเอง ฎีกาของจำเลย เป็นฎีกาต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาของจำเลย

จำเลยเห็นว่า เช็คพิพาทมิใช่เช็คที่เกิดจากมูลหนี้กู้ยืมเงินดังที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยสั่งไว้แต่อย่างใด แต่เป็นการออกเช็คเพื่อแลกเงินสดซึ่งไม่มีกฎหมายกำหนดแบบเอาไว้จึงต้องใช้บทบัญญัติกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่ง คือ มาตรา 653 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่เมื่อโจทก์ไม่ได้มีหลักฐานเป็นหนังสือมาแสดง มูลหนี้ในการออกเช็คพิพาทสามารถบังคับได้ ตามกฎหมายหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ของประชาชน ซึ่งเป็นองค์ประกอบความผิดที่ผู้ออกเช็คจะต้องรับผิด ในทางอาญาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 หาใช่เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วย

หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 81) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง ในชั้นแรกจำเลยให้การปฏิเสธ แต่ต่อมากลับให้การใหม่ เป็นรับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พุทธศักราช 2497 มาตรา 3ให้จำคุก 10 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 5 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 2

Result

พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 76) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ ) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 5 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ที่จำเลยฎีกาว่า เช็คพิพาทไม่ใช่เช็คที่เกิดจากมูลหนี้กู้ยืม แต่เป็นการออกเช็คเพื่อแลกเงินสด เมื่อโจทก์ไม่ได้มีหลักฐานเป็นหนังสือมาแสดงมูลหนี้ในเช็คพิพาทจึงเป็นหนี้ที่ไม่อาจบังคับกันได้ตามกฎหมายนั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
ประมาณ ชันซื่อ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · สังเวียน รัตนมุง
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up