Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56439)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า พิเคราะห์ฎีกาของจำเลยที่ 3 แล้วเห็นว่า ล้วนเป็นปัญหาข้อเท็จจริงปรากฎว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 3 ไม่เกิน 5 ปี จำเลยที่ 3 ไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจากผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีในศาลอุทธรณ์ ฎีกาของจำเลยที่ 3 จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 3จำเลยที่ 3 เห็นว่า ฎีกาข้อ 3 ที่ว่า การกระทำของจำเลยที่ 3 ไม่เป็นการร่วมกันกระทำความผิดฐานทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 และ ฎีกาข้อ 5 ที่ว่า เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า คนร้ายไม่ได้รับเงินแต่ถูกจับเสียก่อน จึงเป็นการกระทำเพียงฐานพยายามไม่เป็นความผิดสำเร็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337 และมาตรา 149 นั้นล้วนเป็นปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น ประกอบกับผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีในศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 3 ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเฉพาะฎีกาข้อ 2 และข้อ 4 มิได้มีคำสั่งเกี่ยวกับฎีกาข้อ 3 และข้อ 5 ซึ่งเป็นข้อกฎหมายแต่อย่างใด โปรดมีคำสั่งรับฎีกาข้อ 3 และข้อ 5 ของจำเลยที่ 3 ด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1, ที่ 2 และที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149,86 จำคุกคนละ 5 ปี และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 คนละ 1 ปี รวมจำคุกคนละ 6 ปี จำเลยที่ 1, ที่ 2, ที่ 4 ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 ปี จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 จำคุก 5 ปี และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 จำคุก 3 เดือน รวมจำคุก5 ปี 3 เดือน จำเลยที่ 3 รับสารภาพลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 3 ปี 6 เดือน ข้อหาอื่นให้ยกฟ้องศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 106 แผ่นที่ 2)จำเลยที่ 3 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 110)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยที่ 3 ไม่เกิน 5 ปี คดีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคหนึ่ง ที่จำเลยที่ 3 ฎีกาในข้อ 3 ว่า จำเลยที่ 3ไม่ได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 กระทำความผิดและฎีกาในข้อ 5 ว่า คนร้ายไม่ได้รับเงินแต่ถูกจับเสียก่อน เป็นการกระทำเพียงฐานพยายามไม่เป็นความผิดสำเร็จนั้นล้วนเป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 2 อันเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น จึงต้องห้ามฎีกา ตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 3 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2123/2536พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่โจทก์นายปรีดา แสนเขื่อน กับพวกจำเลยจ่าสิบตำรวจสุนันท์ เส็งระกา จำเลยที่ 3ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยที่ 3 ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า พิเคราะห์ฎีกาของจำเลยที่ 3 แล้วเห็นว่า ล้วนเป็นปัญหาข้อเท็จจริงปรากฎว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 3 ไม่เกิน 5 ปี จำเลยที่ 3 ไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจากผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีในศาลอุทธรณ์ ฎีกาของจำเลยที่ 3 จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 3จำเลยที่ 3 เห็นว่า ฎีกาข้อ 3 ที่ว่า การกระทำของจำเลยที่ 3 ไม่เป็นการร่วมกันกระทำความผิดฐานทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 และ ฎีกาข้อ 5 ที่ว่า เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า คนร้ายไม่ได้รับเงินแต่ถูกจับเสียก่อน จึงเป็นการกระทำเพียงฐานพยายามไม่เป็นความผิดสำเร็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337 และมาตรา 149 นั้นล้วนเป็นปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น

ประกอบกับผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีในศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 3 ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเฉพาะฎีกาข้อ 2 และข้อ 4 มิได้มีคำสั่งเกี่ยวกับฎีกาข้อ 3 และข้อ 5 ซึ่งเป็นข้อกฎหมายแต่อย่างใด โปรดมีคำสั่งรับฎีกาข้อ 3 และข้อ 5 ของจำเลยที่ 3 ด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1, ที่ 2 และที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149,86 จำคุกคนละ 5 ปี และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 คนละ 1 ปี รวมจำคุกคนละ 6 ปี จำเลยที่ 1, ที่ 2, ที่ 4 ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 ปี จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 จำคุก 5 ปี และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 จำคุก 3 เดือน รวมจำคุก5 ปี 3 เดือน จำเลยที่ 3 รับสารภาพลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 3 ปี 6 เดือน ข้อหาอื่นให้ยกฟ้องศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยที่ 3 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 106 แผ่นที่ 2)จำเลยที่ 3 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 110)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์ภาค 2

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยที่ 3 ไม่เกิน 5 ปี คดีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคหนึ่ง ที่จำเลยที่ 3 ฎีกาในข้อ 3 ว่า จำเลยที่ 3ไม่ได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 กระทำความผิดและฎีกาในข้อ 5 ว่า คนร้ายไม่ได้รับเงินแต่ถูกจับเสียก่อน เป็นการกระทำเพียงฐานพยายามไม่เป็นความผิดสำเร็จนั้นล้วนเป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 2 อันเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น จึงต้องห้ามฎีกา ตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 3 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมภพ โชติกวณิชย์ · เจริญ นิลเอสงฆ์ · ประยูร มูลศาสตร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4447/2567

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้