Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56413)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า รับฎีกา ของจำเลยในส่วนนอกเหนือจากข้อ 2.4 และข้อ 2.5 ซึ่งตามฎีกา ข้อ 2.4 และ 2.5 เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง เพราะเป็นเรื่องโต้แย้ง ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218จำเลยเห็นว่า ฎีกาข้อ 2.4 ในประเด็นที่ว่า การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์ไม่จำต้องนำสืบรายละเอียด เพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลยให้ปราศจากข้อสงสัยถึงมีข้อสงสัย ก็ไม่ต้องยกเป็นคุณแก่จำเลยนี้ขัดต่อหลักกฎหมายในส่วน ภาระการพิสูจน์ และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 29 หรือไม่ และประเด็นที่ว่าเอกสารหมาย ป.จ.10 นั้นเป็นพยานเอกสารที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเป็นสำเนาเอกสารและมิได้ปรากฏในชั้นสอบสวน และศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงนอกสำนวนเป็นการรับฟังพยานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และฎีกาข้อ 2.5ในประเด็นที่ว่า คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 95 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือไม่นั้น ล้วนเป็นปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลย ข้อ 2.4และ 2.5 ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 124)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 มาตรา 28 ทวิ,64 ทวิ ที่แก้ไขแล้ว ลงโทษจำคุก 1 ปี และปรับ 100,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อน พิเคราะห์พฤติการณ์ แห่งคดีแล้วเห็นสมควรรอการลงโทษจำคุกไว้ 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับกักขังแทนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 119)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 122)คำสั่งคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกฎีกาจำเลยข้อ 2.4 และ 2.5 โต้แย้งคำวินิจฉัยศาลอุทธรณ์ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยพยานหลักฐานและพฤติการณ์แห่งคดีทั้งข้อเท็จจริงว่าจำเลยยินยอมให้ผู้อื่นเอาเรือออกไปทำการประมง และละเมิดน่านน้ำประเทศเวียตนามและลูกเรือตามรายชื่อ ในเอกสารหมาย จ.10 เป็นลูกเรือจำเลย ในการวินิจฉัย แม้เอกสารบางฉบับจะเป็นสำเนา แต่ได้วินิจฉัยประกอบกับพยานอื่น ทั้งหมดแล้วรับฟังข้อเท็จจริงดังกล่าว จำเลยฎีกาโต้แย้งว่า พยานโจทก์ยังพิสูจน์ความผิดไม่ได้ จึงเป็นการโต้แย้งดุลพินิจ การรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ศาลชั้นต้น มีคำสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในส่วนนี้ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1890/2536พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการโจทก์นายมนตรี โกมลวิลาศจำเลยนายนรินทร์ ทองธิว ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า รับฎีกา ของจำเลยในส่วนนอกเหนือจากข้อ 2.4 และข้อ 2.5 ซึ่งตามฎีกา ข้อ 2.4 และ 2.5 เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง เพราะเป็นเรื่องโต้แย้ง ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218จำเลยเห็นว่า ฎีกาข้อ 2.4 ในประเด็นที่ว่า การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์ไม่จำต้องนำสืบรายละเอียด เพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลยให้ปราศจากข้อสงสัยถึงมีข้อสงสัย ก็ไม่ต้องยกเป็นคุณแก่จำเลยนี้ขัดต่อหลักกฎหมายในส่วน ภาระการพิสูจน์ และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 29 หรือไม่ และประเด็นที่ว่าเอกสารหมาย ป.จ.10 นั้นเป็นพยานเอกสารที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเป็นสำเนาเอกสารและมิได้ปรากฏในชั้นสอบสวน และศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงนอกสำนวนเป็นการรับฟังพยานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และฎีกาข้อ 2.5ในประเด็นที่ว่า

คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 95 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือไม่นั้น ล้วนเป็นปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลย ข้อ 2.4และ 2.5 ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 124)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 มาตรา 28 ทวิ,64 ทวิ ที่แก้ไขแล้ว ลงโทษจำคุก 1 ปี และปรับ 100,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อน พิเคราะห์พฤติการณ์ แห่งคดีแล้วเห็นสมควรรอการลงโทษจำคุกไว้ 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับกักขังแทนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 119)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 122)คำสั่งคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี

ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกฎีกาจำเลยข้อ 2.4 และ 2.5 โต้แย้งคำวินิจฉัยศาลอุทธรณ์ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยพยานหลักฐานและพฤติการณ์แห่งคดีทั้งข้อเท็จจริงว่าจำเลยยินยอมให้ผู้อื่นเอาเรือออกไปทำการประมง และละเมิดน่านน้ำประเทศเวียตนามและลูกเรือตามรายชื่อ ในเอกสารหมาย จ.10 เป็นลูกเรือจำเลย ในการวินิจฉัย แม้เอกสารบางฉบับจะเป็นสำเนา แต่ได้วินิจฉัยประกอบกับพยานอื่น ทั้งหมดแล้วรับฟังข้อเท็จจริงดังกล่าว

จำเลยฎีกาโต้แย้งว่า พยานโจทก์ยังพิสูจน์ความผิดไม่ได้ จึงเป็นการโต้แย้งดุลพินิจ การรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ศาลชั้นต้น มีคำสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในส่วนนี้ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ก้าน อันนานนท์ · ประยูร มูลศาสตร์ · ณรงค์ ตันติเตมิท
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4447/2567

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้