Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56413)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า รับฎีกา ของจำเลยในส่วนนอกเหนือจากข้อ 2.4 และข้อ 2.5 ซึ่งตามฎีกา ข้อ 2.4 และ 2.5 เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง เพราะเป็นเรื่องโต้แย้ง ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218จำเลยเห็นว่า ฎีกาข้อ 2.4 ในประเด็นที่ว่า การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์ไม่จำต้องนำสืบรายละเอียด เพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลยให้ปราศจากข้อสงสัยถึงมีข้อสงสัย ก็ไม่ต้องยกเป็นคุณแก่จำเลยนี้ขัดต่อหลักกฎหมายในส่วน ภาระการพิสูจน์ และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 29 หรือไม่ และประเด็นที่ว่าเอกสารหมาย ป.จ.10 นั้นเป็นพยานเอกสารที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเป็นสำเนาเอกสารและมิได้ปรากฏในชั้นสอบสวน และศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงนอกสำนวนเป็นการรับฟังพยานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และฎีกาข้อ 2.5ในประเด็นที่ว่า คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 95 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือไม่นั้น ล้วนเป็นปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลย ข้อ 2.4และ 2.5 ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 124)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 มาตรา 28 ทวิ,64 ทวิ ที่แก้ไขแล้ว ลงโทษจำคุก 1 ปี และปรับ 100,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อน พิเคราะห์พฤติการณ์ แห่งคดีแล้วเห็นสมควรรอการลงโทษจำคุกไว้ 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับกักขังแทนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 119)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 122)คำสั่งคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกฎีกาจำเลยข้อ 2.4 และ 2.5 โต้แย้งคำวินิจฉัยศาลอุทธรณ์ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยพยานหลักฐานและพฤติการณ์แห่งคดีทั้งข้อเท็จจริงว่าจำเลยยินยอมให้ผู้อื่นเอาเรือออกไปทำการประมง และละเมิดน่านน้ำประเทศเวียตนามและลูกเรือตามรายชื่อ ในเอกสารหมาย จ.10 เป็นลูกเรือจำเลย ในการวินิจฉัย แม้เอกสารบางฉบับจะเป็นสำเนา แต่ได้วินิจฉัยประกอบกับพยานอื่น ทั้งหมดแล้วรับฟังข้อเท็จจริงดังกล่าว จำเลยฎีกาโต้แย้งว่า พยานโจทก์ยังพิสูจน์ความผิดไม่ได้ จึงเป็นการโต้แย้งดุลพินิจ การรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ศาลชั้นต้น มีคำสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในส่วนนี้ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1890/2536พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการโจทก์นายมนตรี โกมลวิลาศจำเลยนายนรินทร์ ทองธิว ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า รับฎีกา ของจำเลยในส่วนนอกเหนือจากข้อ 2.4 และข้อ 2.5 ซึ่งตามฎีกา ข้อ 2.4 และ 2.5 เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง เพราะเป็นเรื่องโต้แย้ง ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218จำเลยเห็นว่า ฎีกาข้อ 2.4 ในประเด็นที่ว่า การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์ไม่จำต้องนำสืบรายละเอียด เพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลยให้ปราศจากข้อสงสัยถึงมีข้อสงสัย ก็ไม่ต้องยกเป็นคุณแก่จำเลยนี้ขัดต่อหลักกฎหมายในส่วน ภาระการพิสูจน์ และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 29 หรือไม่ และประเด็นที่ว่าเอกสารหมาย ป.จ.10 นั้นเป็นพยานเอกสารที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเป็นสำเนาเอกสารและมิได้ปรากฏในชั้นสอบสวน และศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงนอกสำนวนเป็นการรับฟังพยานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และฎีกาข้อ 2.5ในประเด็นที่ว่า

คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 95 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือไม่นั้น ล้วนเป็นปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลย ข้อ 2.4และ 2.5 ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 124)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 มาตรา 28 ทวิ,64 ทวิ ที่แก้ไขแล้ว ลงโทษจำคุก 1 ปี และปรับ 100,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อน พิเคราะห์พฤติการณ์ แห่งคดีแล้วเห็นสมควรรอการลงโทษจำคุกไว้ 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับกักขังแทนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 119)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 122)คำสั่งคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี

ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกฎีกาจำเลยข้อ 2.4 และ 2.5 โต้แย้งคำวินิจฉัยศาลอุทธรณ์ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยพยานหลักฐานและพฤติการณ์แห่งคดีทั้งข้อเท็จจริงว่าจำเลยยินยอมให้ผู้อื่นเอาเรือออกไปทำการประมง และละเมิดน่านน้ำประเทศเวียตนามและลูกเรือตามรายชื่อ ในเอกสารหมาย จ.10 เป็นลูกเรือจำเลย ในการวินิจฉัย แม้เอกสารบางฉบับจะเป็นสำเนา แต่ได้วินิจฉัยประกอบกับพยานอื่น ทั้งหมดแล้วรับฟังข้อเท็จจริงดังกล่าว

จำเลยฎีกาโต้แย้งว่า พยานโจทก์ยังพิสูจน์ความผิดไม่ได้ จึงเป็นการโต้แย้งดุลพินิจ การรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ศาลชั้นต้น มีคำสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในส่วนนี้ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
ก้าน อันนานนท์ · ประยูร มูลศาสตร์ · ณรงค์ ตันติเตมิท
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

Supreme Court Judgment No. 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

Supreme Court Judgment No. 715/2567

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคหนึ่ง, 279 วรรคสาม และวรรคสี่ ประกอบมาตรา 285 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 91 ลดโ…

Supreme Court Judgment No. 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

Supreme Court Judgment No. 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up