คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1407/2536นายช่วง วิศพันธ์โจทก์นายเพิ่ม ไฝพรมจำเลยนายจำแลง มงคลนิสภกุล ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 236ความว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ปฏิเสธไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย คำสั่งศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นอุทธรณ์เกินกว่า 50,000 บาท และจากการที่ได้นำพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 มาตรา 224 มาใช้บังคับ ซึ่งคดี อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นนั้น เป็นการออกกฎหมายย้อนหลังในทางที่เป็นโทษแก่จำเลย ทั้งยังขัดต่อความสงบเรียบร้อย อันเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่สมควรจะเสนอศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยชี้ขาด ต่อไป ขอศาลฎีกาโปรดพิจารณาและมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลย เพื่อให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ
โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 116)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 329ตำบลทับช้าง ตามเอกสารหมาย จ.1 เป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 8,120 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จากต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2532 จนกว่าจำเลย จะชำระเสร็จ ยกฟ้องแย้งของจำเลยจำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ จำเลยจึงยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ (อันดับ 97,101)ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งว่า คดีนี้มีทุนทรัพย์ที่แท้จริงคือที่ดินพิพาทซึ่งจำเลยฟ้องแย้งว่าเป็นของจำเลยโดยตีราคา50,000 บาท ซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์ข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคแรก ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่ง (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 มาตรา 14 จำเลยจะเอา ค่าเสียหายที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระให้โจทก์มารวมเป็น ทุนทรัพย์ด้วยไม่ได้ ศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์ชอบแล้ว ยกคำร้อง(อันดับ 111)
จำเลยฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 113 แผ่นที่ 2)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 114 แผ่นที่ 2)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าปัญหาตามฎีกาจำเลยศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ปฏิเสธไม่รับอุทธรณ์ ของจำเลยไปแล้ว คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 เป็นที่สุดตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 จำเลยไม่มีอำนาจ ฎีกาโต้แย้งคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 อีกฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น ยกคำร้อง