Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56301)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้และศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้แต่เพียงว่าไม่รอการลงโทษจำคุกโดยมิได้เพิ่มเติมโทษแก่จำเลย จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงกรณีจึงต้องห้ามมิให้ฎีกา ตามมาตรา 219 ไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้ไขโทษจากรอการลงโทษมาเป็นไม่รอนั้น ถือได้ว่าเป็นการแก้ไขมาก และฎีกาของจำเลยก็เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายเรื่องอัตราโทษ โดยขอให้ศาลฎีกาพิพากษาตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 31)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26,75 วรรคแรกเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 75 วรรคแรกซึ่งเป็นบทหนักที่สุด จำคุก 2 ปี ปรับ 20,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี ปรับ 10,000 บาทโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้มีกำหนด 2 ปี ของกลางให้ริบ ให้จำเลยมารายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุกสองเดือนต่อครั้งมีกำหนด 1 ปีศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษไม่ปรับ และไม่คุมประพฤติจำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 22)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 27)คำสั่งการที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่รอการลงโทษจำคุกให้จำเลยเป็นไม่รอการลงโทษจำคุกนั้น เป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลย จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงให้รับฎีกาของจำเลย แล้วให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1378/2536พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราชโจทก์นายสุภาพ โชติพงศ์จำเลยนายสุภาพ โชติพงศ์ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218, ม. 219ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้และศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้แต่เพียงว่าไม่รอการลงโทษจำคุกโดยมิได้เพิ่มเติมโทษแก่จำเลย

จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงกรณีจึงต้องห้ามมิให้ฎีกา ตามมาตรา 219 ไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้ไขโทษจากรอการลงโทษมาเป็นไม่รอนั้น ถือได้ว่าเป็นการแก้ไขมาก และฎีกาของจำเลยก็เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายเรื่องอัตราโทษ โดยขอให้ศาลฎีกาพิพากษาตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 31)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26,75 วรรคแรกเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 75 วรรคแรกซึ่งเป็นบทหนักที่สุด จำคุก 2 ปี ปรับ 20,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี ปรับ 10,000 บาทโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้มีกำหนด 2 ปี ของกลางให้ริบ ให้จำเลยมารายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุกสองเดือนต่อครั้งมีกำหนด 1 ปีศาลอุทธรณ์ภาค 3

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษไม่ปรับ และไม่คุมประพฤติจำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 22)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 27)คำสั่งการที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่รอการลงโทษจำคุกให้จำเลยเป็นไม่รอการลงโทษจำคุกนั้น เป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลย จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงให้รับฎีกาของจำเลย แล้วให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุรินทร์ นาควิเชียร · สุวรรณ ตระการพันธุ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1689/2566

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 278 วรรคหนึ่ง, 365 (1) ประกอบมาตรา 362 และมาตรา 364 การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานบุกรุกโดยใช้กำลัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1638/2561

จำเลยยื่นคำฟ้องฎีกาพร้อมคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกา ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในคำฟ้องฎีกาว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 622101)

ความผิดฐานกระทำชำเราผู้เสียหายที่ 2 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคสาม จำคุก 6 ปี เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งตัวไปฝึกอบรมขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 5 ปี ขั้นสูงไม่เกินกว่า 7 ปี ศาลอุทธรณ์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4593/2545

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 340 วรรคหนึ่ง, 83 ลงโทษจำคุกคนละ 3 ปี ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งตัวจำเลยทั้งสองไปฝึกและอบรมแทนมีกำหนดคนละ 1 ปี ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเยาวชนและครอบครั…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58541)

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1เป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 จึงไม่รับจำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาข้อกฎหมายกล่าวคื…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้