Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58541)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1เป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 จึงไม่รับจำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาข้อกฎหมายกล่าวคือโจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสี่ร่วมกระทำความผิดบุกรุกแต่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ลงโทษจำเลยที่1ผิดฐานบุกรุก เป็นปัญหาข้อกฎหมายโดยอาศัยข้อเท็จจริงในสำนวนเดียวกันในเมื่อยกฟ้องจำเลยที่ 2 ที่ 3และที่ 4 แล้วก็ต้องยกฟ้องจำเลยที่ 1 ด้วย เป็นข้อกฎหมายไม่ใช่ข้อเท็จจริง เหตุการณ์อย่างเดียวกันถ้ายกฟ้องต้องยกทั้งหมดและศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นมากจำเลยที่ 1 จึงฎีกาไม่ได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมรับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 208 แผ่นที่ 4 และแผ่นที่ 6)ระหว่างพิจารณา นายไพศาลการุณรังษี ผู้เสียหายขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 ประกอบมาตรา 365(2)(3)และจำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(7)วรรคแรก ที่แก้ไขแล้ว สำหรับจำเลยที่ 1เรียงกระทงลงโทษ จำคุกจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ฐานบุกรุกคนละ2 เดือน ปรับคนละ 2,000 บาทจำคุก จำเลยที่ 1 ฐานลักทรัพย์1 ปี และปรับ 2,000 บาท รวมลงโทษ จำเลยที่ 1 จำคุก 1 ปี 2 เดือนและปรับ 4,000 บาท จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษ มีกำหนด คนละ 2 ปี โดยวางเงื่อนไขคุมประพฤติ ฯลฯศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2ที่ 3 และที่ 4 สำหรับจำเลยที่ 1 ให้ยกฟ้องเฉพาะฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(2) และมาตรา 335(7) วรรคแรกฯลฯ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา (อันดับ 203,202)จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 204)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 206)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 1 ที่ว่าเป็นฎีกาข้อกฎหมายนั้น เห็นว่า จำเลยที่ 1 มิได้ฎีกา ในปัญหาดังกล่าวไว้แต่อย่างใด จำเลยที่ 1 เพิ่งยกปัญหาดังกล่าว ขึ้นมาในชั้นคำร้องนี้จึงเป็นกรณีที่มิได้โต้แย้งหรือ คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นว่าคลาดเคลื่อนไม่ชอบด้วยกฎหมายประการใด ดังนั้นจึงไม่รับวินิจฉัยคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 1 ดังกล่าว และที่จำเลยที่ 1 ว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้ไข คำพิพากษาศาลชั้นต้นมาก จึงฎีกาได้นั้น เห็นว่า คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362ประกอบมาตรา 365(2)(3) ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษา แก้เป็นว่าลงโทษตามมาตรา 362 ประกอบมาตรา 365(3) ส่วนกำหนดโทษคงเดิม เป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นเล็กน้อย จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 247/2537พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์โจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นายไพศาล การุณรังษีโจทก์นายสมโภชน์ เขียวจำปา กับพวกจำเลยนายสมโภชน์ เขียวจำปา จำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218 วรรคแรก, ม. 219ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1เป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 จึงไม่รับจำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาข้อกฎหมายกล่าวคือโจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสี่ร่วมกระทำความผิดบุกรุกแต่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ลงโทษจำเลยที่1ผิดฐานบุกรุก เป็นปัญหาข้อกฎหมายโดยอาศัยข้อเท็จจริงในสำนวนเดียวกันในเมื่อยกฟ้องจำเลยที่ 2 ที่ 3และที่ 4 แล้วก็ต้องยกฟ้องจำเลยที่ 1 ด้วย เป็นข้อกฎหมายไม่ใช่ข้อเท็จจริง

เหตุการณ์อย่างเดียวกันถ้ายกฟ้องต้องยกทั้งหมดและศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นมากจำเลยที่ 1 จึงฎีกาไม่ได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมรับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 208 แผ่นที่ 4 และแผ่นที่ 6)

ระหว่างพิจารณา นายไพศาลการุณรังษี ผู้เสียหายขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 ประกอบมาตรา 365(2)(3)และจำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(7)วรรคแรก ที่แก้ไขแล้ว สำหรับจำเลยที่ 1เรียงกระทงลงโทษ จำคุกจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ฐานบุกรุกคนละ2 เดือน ปรับคนละ 2,000 บาทจำคุก จำเลยที่ 1 ฐานลักทรัพย์1 ปี และปรับ 2,000 บาท รวมลงโทษ จำเลยที่ 1 จำคุก 1 ปี 2 เดือนและปรับ 4,000 บาท จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษ มีกำหนด คนละ 2 ปี โดยวางเงื่อนไขคุมประพฤติ ฯลฯศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2ที่ 3 และที่ 4 สำหรับจำเลยที่ 1 ให้ยกฟ้องเฉพาะฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(2) และมาตรา 335(7) วรรคแรกฯลฯ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา (อันดับ 203,202)จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 204)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 206)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 1 ที่ว่าเป็นฎีกาข้อกฎหมายนั้น เห็นว่า จำเลยที่ 1 มิได้ฎีกา ในปัญหาดังกล่าวไว้แต่อย่างใด จำเลยที่ 1 เพิ่งยกปัญหาดังกล่าว ขึ้นมาในชั้นคำร้องนี้จึงเป็นกรณีที่มิได้โต้แย้งหรือ คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นว่าคลาดเคลื่อนไม่ชอบด้วยกฎหมายประการใด ดังนั้นจึงไม่รับวินิจฉัยคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 1 ดังกล่าว และที่จำเลยที่ 1 ว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้ไข คำพิพากษาศาลชั้นต้นมาก จึงฎีกาได้นั้น เห็นว่า คดีนี้

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362ประกอบมาตรา 365(2)(3) ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษา แก้เป็นว่าลงโทษตามมาตรา 362 ประกอบมาตรา 365(3) ส่วนกำหนดโทษคงเดิม เป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นเล็กน้อย จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพศาล รางชางกูร · นิเวศน์ คำผอง · ประสิทธิ์ แสนศิริ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1689/2566

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 278 วรรคหนึ่ง, 365 (1) ประกอบมาตรา 362 และมาตรา 364 การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานบุกรุกโดยใช้กำลัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1638/2561

จำเลยยื่นคำฟ้องฎีกาพร้อมคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกา ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในคำฟ้องฎีกาว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 622101)

ความผิดฐานกระทำชำเราผู้เสียหายที่ 2 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคสาม จำคุก 6 ปี เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งตัวไปฝึกอบรมขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 5 ปี ขั้นสูงไม่เกินกว่า 7 ปี ศาลอุทธรณ์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4593/2545

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 340 วรรคหนึ่ง, 83 ลงโทษจำคุกคนละ 3 ปี ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งตัวจำเลยทั้งสองไปฝึกและอบรมแทนมีกำหนดคนละ 1 ปี ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเยาวชนและครอบครั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1576/2537

ความผิดฐานมีอาวุธปืน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7,72 วรรคแรก จำคุก1 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามมาตรา 7,72 วรรคสาม จำคุก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้