Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56284)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าศาลอุทธรณ์ภาค 2 ยกอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 1 เป็นการมีคำสั่งยืนตามคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของศาลนี้ คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงเป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคแรกไม่รับฎีกาคำสั่งจำเลยที่ 1 เห็นว่า จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์โดยอ้างถึงประเด็นเหตุสุดวิสัยในการขอขยายระยะเวลาในการยื่นอุทธรณ์ไว้ แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 กลับมิได้วินิจฉัยในประเด็นดังกล่าว จำเลยที่ 1 จึงมีสิทธิยื่นฎีกาคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ได้ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 236 โปรดมีคำสั่งรับฎีกาคำสั่งของจำเลยที่ 1 ด้วยหมายเหตุ โจทก์ไม่ได้รับสำเนาคำร้องคดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสองเด็ดขาด เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2534 ต่อมาเมื่อวันที่25 มิถุนายน 2535 จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอขยายเวลายื่นอุทธรณ์คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และยื่นคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องขอขยายเวลายื่นอุทธรณ์ว่า ล่วงเลยกำหนดระยะเวลาในการยื่นอุทธรณ์แล้วไม่มีเหตุจะขยายระยะเวลาในการยื่นอุทธรณ์ ยกคำร้องสั่งอุทธรณ์คำสั่งว่าจำเลยมิได้ยื่นอุทธรณ์ในกำหนดไม่รับอุทธรณ์ และสั่งคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ว่า ไม่มีเหตุที่จะขอคุ้มครองประโยชน์ระหว่างอุทธรณ์และศาลไม่รับอุทธรณ์ยกคำร้องจำเลยที่ 1 อุทธรณ์คำสั่งทั้งสามฉบับศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งลงวันที่ 6 ตุลาคม 2535 ว่าคดีนี้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เด็ดขาดเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2534 แต่จำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2535 เกินกว่า 1 เดือน จึงเป็นการยื่นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยบทบัญญัติของกฎหมาย ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว ให้ยกอุทธรณ์คำสั่งและมีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งเรื่องขอให้คุ้มครองประโยชน์ไว้ในระหว่างพิจารณาจำเลยที่ 1 ฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 ที่ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 94)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 97)อนึ่ง ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ขยายเวลายื่นอุทธรณ์ (อันดับ 112)คำสั่งคดีนี้ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2ได้มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 1 เท่ากับเป็นการสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้น คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 2จึงเป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236วรรคแรก ประกอบด้วยพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้องอนึ่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่ยอมรับฎีกา ไม่ต้องเสีย ค่าขึ้นศาล คงเสียค่าคำร้องเพียง 40 บาท ให้คืนเงินส่วนที่เกิน แก่จำเลยที่ 1

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1238/2536ธนาคารกรุงเทพ จำกัดโจทก์นางพยุง เจตบุตร กับพวกจำเลยนางพยุง เจตบุตร จำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 153 ป.วิ.พ. ม. 236, ม. 150ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกาคำสั่ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าศาลอุทธรณ์ภาค 2 ยกอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 1 เป็นการมีคำสั่งยืนตามคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของศาลนี้ คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงเป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคแรกไม่รับฎีกาคำสั่งจำเลยที่ 1 เห็นว่า จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์โดยอ้างถึงประเด็นเหตุสุดวิสัยในการขอขยายระยะเวลาในการยื่นอุทธรณ์ไว้ แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 กลับมิได้วินิจฉัยในประเด็นดังกล่าว จำเลยที่ 1 จึงมีสิทธิยื่นฎีกาคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ได้ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 236 โปรดมีคำสั่งรับฎีกาคำสั่งของจำเลยที่ 1 ด้วยหมายเหตุ โจทก์ไม่ได้รับสำเนาคำร้องคดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสองเด็ดขาด

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2534 ต่อมาเมื่อวันที่25 มิถุนายน 2535 จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอขยายเวลายื่นอุทธรณ์คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และยื่นคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องขอขยายเวลายื่นอุทธรณ์ว่า ล่วงเลยกำหนดระยะเวลาในการยื่นอุทธรณ์แล้วไม่มีเหตุจะขยายระยะเวลาในการยื่นอุทธรณ์ ยกคำร้องสั่งอุทธรณ์คำสั่งว่าจำเลยมิได้ยื่นอุทธรณ์ในกำหนดไม่รับอุทธรณ์ และสั่งคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ว่า ไม่มีเหตุที่จะขอคุ้มครองประโยชน์ระหว่างอุทธรณ์และศาลไม่รับอุทธรณ์ยกคำร้องจำเลยที่ 1 อุทธรณ์คำสั่งทั้งสามฉบับศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งลงวันที่ 6 ตุลาคม 2535 ว่าคดีนี้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เด็ดขาดเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2534 แต่จำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2535 เกินกว่า 1 เดือน จึงเป็นการยื่นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยบทบัญญัติของกฎหมาย

ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว ให้ยกอุทธรณ์คำสั่งและมีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งเรื่องขอให้คุ้มครองประโยชน์ไว้ในระหว่างพิจารณาจำเลยที่ 1 ฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 ที่ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 94)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 97)

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่ง ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ขยายเวลายื่นอุทธรณ์ (อันดับ 112)คำสั่งคดีนี้ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2ได้มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 1 เท่ากับเป็นการสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้น คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 2จึงเป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236วรรคแรก ประกอบด้วยพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้องอนึ่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่ยอมรับฎีกา ไม่ต้องเสีย ค่าขึ้นศาล คงเสียค่าคำร้องเพียง 40 บาท ให้คืนเงินส่วนที่เกิน แก่จำเลยที่ 1

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สะสม สิริเจริญสุข · บุญส่ง วรรณกลาง · สุทธิ นิชโรจน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3666/2540

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของผู้ร้อง เมื่อผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้อง มีผลเป็นการไม่รับอุทธรณ์ยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้น คำสั่งศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุดตาม ป.วิ.พ.มาตรา 236…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4334/2539

ตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นปรากฎว่าในวันนัดสืบพยานโจทก์จำเลยได้เสียค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์ฟ้องแย้งโดยตีราคาที่ดินพิพาท32,000บาทศาลชั้นต้นสอบโจทก์แล้วโจทก์ไม่ค้านราคานี้ประกอบกับเมื่อโจทก์ยื่นคำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3488/2536

โจทก์ฟ้องขอให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด และพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย ขณะที่คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจำเลยขอเข้าเป็นคู่ความในฐานะผู้คั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4156/2536

คำร้องขอใช้สิทธิอุทธรณ์แทนเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่ยื่นมาพร้อมอุทธรณ์ แม้แยกต่างหากจากอุทธรณ์ก็ถือเป็นเพียงคำร้องแสดงเหตุประกอบการยื่นอุทธรณ์เท่านั้น เมื่อศาลชั้นต้นสั่งในคำร้องว่ารวมสั่งในอุทธรณ์ แ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56122)

ความว่า จำเลยฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 ไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นข้อกฎหมายไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้