Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56245)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้เป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลออกจากอสังหาริมทรัพย์อันอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท และคดีมีทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามจึงไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสองเป็นปัญหา ข้อกฎหมาย โดยข้อ 3.1 เป็นปัญหาว่า โจทก์มีอำนาจฟ้อง ขับไล่จำเลยทั้งสองหรือไม่ ข้อ 3.2 เป็นปัญหาว่า โจทก์ แปลความหมายแห่งสัญญาเช่าไม่ตรงตามเจตนารมย์ ข้อ 3.3 เป็นปัญหาว่า ศาลวินิจฉัยเรื่องค่าเสียหายนอกไปจากทางนำสืบ ของโจทก์และจำเลยที่ปรากฏในสำนวน และข้อ 4เป็นปัญหาว่า โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองข้อหาละเมิดและเรียกค่าเช่าที่ค้างชำระ มาด้วย แต่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์ กระบวนพิจารณาตั้งแต่ต้นจนมีคำพิพากษาของศาลชั้นต้นขัดต่อ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งหรือไม่โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนห้องแถวเลขที่ 1312 ออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 1631 ตำบลสองพี่น้องอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ของโจทก์พร้อมส่งมอบที่ดินดังกล่าวในสภาพเรียบร้อย และให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหาย แก่โจทก์เดือนละ 500 บาทนับแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2531เป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสองจะออกจากที่ดินของโจทก์จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับ ลงวันที่ 7 เมษายน 2536(สำนวนตอน 2 อันดับ 18)จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลมีคำสั่งไม่รับฎีกาในวันที่ 7 เมษายน 2536 แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองทราบคำสั่งในวันใด ให้ส่งคำร้องพร้อมสำนวนไปศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่ง (สำนวนตอน 2 อันดับ 24)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ฎีกาข้อ 3 ของจำเลยที่ 1 ที่ 2เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสองที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกาในข้อ 4 อ้างว่า โจทก์เสียค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นไม่ถูกต้อง เพิ่งมาเสียเพิ่มเติมจนครบในชั้นอุทธรณ์ จึงไม่ชอบนั้น เห็นว่า เมื่อฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2ต้องห้ามดังกล่าวแล้วปัญหาข้อกฎหมายนี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของ จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1094/2536นางจำเนียร สุขงามโจทก์นายเชี่ยวชาญ ปานศรีแก้ว กับพวกจำเลยนายเชี่ยวชาญ ปานศรีแก้ว ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนางจินดา เกตุโฉม ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248, ม. 249ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้เป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลออกจากอสังหาริมทรัพย์อันอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท และคดีมีทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามจึงไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสองเป็นปัญหา ข้อกฎหมาย โดยข้อ 3.1 เป็นปัญหาว่า โจทก์มีอำนาจฟ้อง ขับไล่จำเลยทั้งสองหรือไม่ ข้อ 3.2 เป็นปัญหาว่า โจทก์ แปลความหมายแห่งสัญญาเช่าไม่ตรงตามเจตนารมย์ ข้อ 3.3 เป็นปัญหาว่า ศาลวินิจฉัยเรื่องค่าเสียหายนอกไปจากทางนำสืบ ของโจทก์และจำเลยที่ปรากฏในสำนวน และข้อ 4เป็นปัญหาว่า

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองข้อหาละเมิดและเรียกค่าเช่าที่ค้างชำระ มาด้วย แต่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์ กระบวนพิจารณาตั้งแต่ต้นจนมีคำพิพากษาของศาลชั้นต้นขัดต่อ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งหรือไม่โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนห้องแถวเลขที่ 1312 ออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 1631 ตำบลสองพี่น้องอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ของโจทก์พร้อมส่งมอบที่ดินดังกล่าวในสภาพเรียบร้อย และให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหาย แก่โจทก์เดือนละ 500 บาทนับแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2531เป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสองจะออกจากที่ดินของโจทก์จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับ ลงวันที่ 7 เมษายน 2536(สำนวนตอน 2 อันดับ 18)จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลมีคำสั่งไม่รับฎีกาในวันที่ 7 เมษายน 2536 แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองทราบคำสั่งในวันใด ให้ส่งคำร้องพร้อมสำนวนไปศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่ง (สำนวนตอน 2 อันดับ 24)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ฎีกาข้อ 3 ของจำเลยที่ 1 ที่ 2เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสองที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกาในข้อ 4 อ้างว่า โจทก์เสียค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นไม่ถูกต้อง เพิ่งมาเสียเพิ่มเติมจนครบในชั้นอุทธรณ์ จึงไม่ชอบนั้น เห็นว่า เมื่อฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2ต้องห้ามดังกล่าวแล้วปัญหาข้อกฎหมายนี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของ จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประสิทธิ์ แสนศิริ · อัมพร เดชศิริ · ไพศาล รางชางกูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7307/2558

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนเสาคอนกรีตออกไปจากที่ดินของโจทก์กับเรียกค่าเสียหาย จำเลยมิได้ให้การต่อสู้คดี ถือได้ว่าเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใด ๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ส่วนหนึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3231/2557

ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการฎีกา บัญญัติให้คู่ความผู้ยื่นฎีกาต้องกล่าวถึงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างไว้ให้ชัดแจ้งในฎีกา แต่ฎีกาของจำเลยทั้งสองเพียงแต่อ้างข้อเท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4642/2555

โจทก์ฎีกาอ้างว่า โจทก์ได้ประเมินราคาทรัพย์เสียหายโดยมีหลักฐานเรื่องความเสียหายชัดเจนนอกจากนี้กระทรวงการคลังได้วางหลักเกณฑ์ ไว้ในกรณีที่ศาลพิพากษาให้ส่วนราชการชนะคดีไม่เต็มฟ้องต้องยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาต่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3554/2552

ฎีกาของโจทก์ทั้งสามที่ว่า โจทก์ทั้งสามไม่ได้ปักหลักเขตรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลย จำเลยจึงไม่มีสิทธิคัดค้านการรังวัดแบ่งกรรมสิทธิ์รวมของโจทก์ทั้งสาม เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2549 (เลขอ้างอิง 268919)

การที่จำเลยร่วมอุทธรณ์ว่า ผู้ตายเป็นผู้ขับรถโดยประมาทเลินเล่อแต่เพียงผู้เดียว เป็นอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้นที่ฟังว่า ย. ลูกจ้างจำเลยที่ 1 มีส่วนประมาทเลินเล่อด้วย อุทธร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้