Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 55867)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ คดีจึงต้องห้าม มิให้คู่ความฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ที่แก้ไขใหม่ จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของ จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่านางฉลวย เสียงหวาน ทำพินัยกรรมเอกสารหมาย จ.1ยกทรัพย์ตามพินัยกรรมให้แก่โจทก์ และจำเลยทั้งสี่ร่วมกันปลอมพินัยกรรมเอกสารหมาย จ.3 เมื่อศาลชั้นต้นฟังว่าพินัยกรรมเอกสารหมาย จ.1 เป็นพินัยกรรมปลอม โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้อง ปัญหาที่ว่าพินัยกรรมเอกสารหมาย จ.3 เป็นพินัยกรรมปลอมหรือไม่ จึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัย แต่ศาลชั้นต้นกลับวินิจฉัยเลยไปถึงพินัยกรรมเอกสารหมาย จ.3 ว่าเป็นพินัยกรรมปลอม คำพิพากษาของศาลชั้นต้นจึงไม่ชอบ เพราะทำให้จำเลยทั้งสี่ได้รับความเสียหาย และนอกจากโจทก์ จะฟ้องจำเลยทั้งสี่เป็นคดีนี้แล้ว โจทก์ยังฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นคดีแพ่ง ซึ่งในคดีแพ่งดังกล่าวศาลชั้นต้นได้มีคำสั่ง ให้จำหน่ายคดีชั่วคราวเพื่อรอผลคดีอาญา (คดีนี้) การที่ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยพินัยกรรมเอกสารหมาย จ.3 เป็นพินัยกรรมปลอม ย่อมมีผลถึงคดีแพ่งดังกล่าว และจำเลยเห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221(ที่ถูกน่าจะเป็นมาตรา 220) ห้ามมิให้โจทก์ฎีกา ในกรณีที่ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง จากข้อเท็จจริงและเหตุผลดังกล่าวจึงไม่อาจนำมาใช้กับจำเลยได้ โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์มีมูลให้ประทับฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 ถึงแก่ความตาย ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (ถ้อยคำสำนวน อันดับ 2) จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 จึงยื่นคำร้องนี้(ถ้อยคำสำนวน อันดับ 1)คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ปรากฏว่าศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นคือยกฟ้องโจทก์ จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ฎีกาศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 แก้ไขใหม่ ไม่ใช่มาตรา 221 ตามจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ฎีกามาในคำร้อง ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ได้บัญญัติว่าห้ามมิให้คู่ความฎีกาในคดีที่ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ การที่คดีนี้ จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 เป็นคู่ความกับโจทก์และจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 มิได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 จึงต้องห้ามฎีกา ตามกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ที่ศาลชั้นต้นสั่ง ไม่รับฎีกา จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2264/2538นางสาวธิดาวรรณ เสียงหวานโจทก์นายสถิตย์ เสียงหวาน กับพวกจำเลยนางเรณู เสียงหวาน ที่ 2ผู้ยื่นคำร้องนางสุทิน ทิพยพิมล ที่ 3ผู้ยื่นคำร้องนางผจญ มณีโชติ ที่ 4 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 220ความว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ คดีจึงต้องห้าม มิให้คู่ความฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ที่แก้ไขใหม่ จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของ จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่านางฉลวย เสียงหวาน ทำพินัยกรรมเอกสารหมาย จ.1ยกทรัพย์ตามพินัยกรรมให้แก่โจทก์ และจำเลยทั้งสี่ร่วมกันปลอมพินัยกรรมเอกสารหมาย

จ.3 เมื่อศาลชั้นต้นฟังว่าพินัยกรรมเอกสารหมาย จ.1 เป็นพินัยกรรมปลอม โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้อง ปัญหาที่ว่าพินัยกรรมเอกสารหมาย จ.3 เป็นพินัยกรรมปลอมหรือไม่ จึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัย แต่ศาลชั้นต้นกลับวินิจฉัยเลยไปถึงพินัยกรรมเอกสารหมาย จ.3 ว่าเป็นพินัยกรรมปลอม คำพิพากษาของศาลชั้นต้นจึงไม่ชอบ เพราะทำให้จำเลยทั้งสี่ได้รับความเสียหาย และนอกจากโจทก์ จะฟ้องจำเลยทั้งสี่เป็นคดีนี้แล้ว โจทก์ยังฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นคดีแพ่ง ซึ่งในคดีแพ่งดังกล่าวศาลชั้นต้นได้มีคำสั่ง ให้จำหน่ายคดีชั่วคราวเพื่อรอผลคดีอาญา (คดีนี้) การที่ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยพินัยกรรมเอกสารหมาย จ.3 เป็นพินัยกรรมปลอม ย่อมมีผลถึงคดีแพ่งดังกล่าว และจำเลยเห็นว่า

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221(ที่ถูกน่าจะเป็นมาตรา 220) ห้ามมิให้โจทก์ฎีกา ในกรณีที่ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง จากข้อเท็จจริงและเหตุผลดังกล่าวจึงไม่อาจนำมาใช้กับจำเลยได้ โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์มีมูลให้ประทับฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 ถึงแก่ความตาย

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (ถ้อยคำสำนวน อันดับ 2) จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 จึงยื่นคำร้องนี้(ถ้อยคำสำนวน อันดับ 1)คำสั่ง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ปรากฏว่าศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นคือยกฟ้องโจทก์ จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ฎีกาศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 แก้ไขใหม่ ไม่ใช่มาตรา 221 ตามจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ฎีกามาในคำร้อง ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ได้บัญญัติว่าห้ามมิให้คู่ความฎีกาในคดีที่ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ การที่คดีนี้ จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 เป็นคู่ความกับโจทก์และจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 มิได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 จึงต้องห้ามฎีกา ตามกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ที่ศาลชั้นต้นสั่ง ไม่รับฎีกา จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุชาติ ถาวรวงษ์ · สุทธิ นิชโรจน์ · สุประดิษฐ์ หุตะสิงห์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้