Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2538 (ref. 55867)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ คดีจึงต้องห้าม มิให้คู่ความฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ที่แก้ไขใหม่ จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของ จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่านางฉลวย เสียงหวาน ทำพินัยกรรมเอกสารหมาย จ.1ยกทรัพย์ตามพินัยกรรมให้แก่โจทก์ และจำเลยทั้งสี่ร่วมกันปลอมพินัยกรรมเอกสารหมาย จ.3 เมื่อศาลชั้นต้นฟังว่าพินัยกรรมเอกสารหมาย จ.1 เป็นพินัยกรรมปลอม โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้อง ปัญหาที่ว่าพินัยกรรมเอกสารหมาย จ.3 เป็นพินัยกรรมปลอมหรือไม่ จึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัย แต่ศาลชั้นต้นกลับวินิจฉัยเลยไปถึงพินัยกรรมเอกสารหมาย จ.3 ว่าเป็นพินัยกรรมปลอม คำพิพากษาของศาลชั้นต้นจึงไม่ชอบ เพราะทำให้จำเลยทั้งสี่ได้รับความเสียหาย และนอกจากโจทก์ จะฟ้องจำเลยทั้งสี่เป็นคดีนี้แล้ว โจทก์ยังฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นคดีแพ่ง ซึ่งในคดีแพ่งดังกล่าวศาลชั้นต้นได้มีคำสั่ง ให้จำหน่ายคดีชั่วคราวเพื่อรอผลคดีอาญา (คดีนี้) การที่ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยพินัยกรรมเอกสารหมาย จ.3 เป็นพินัยกรรมปลอม ย่อมมีผลถึงคดีแพ่งดังกล่าว และจำเลยเห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221(ที่ถูกน่าจะเป็นมาตรา 220) ห้ามมิให้โจทก์ฎีกา ในกรณีที่ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง จากข้อเท็จจริงและเหตุผลดังกล่าวจึงไม่อาจนำมาใช้กับจำเลยได้ โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์มีมูลให้ประทับฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 ถึงแก่ความตาย ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (ถ้อยคำสำนวน อันดับ 2) จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 จึงยื่นคำร้องนี้(ถ้อยคำสำนวน อันดับ 1)คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ปรากฏว่าศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นคือยกฟ้องโจทก์ จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ฎีกาศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 แก้ไขใหม่ ไม่ใช่มาตรา 221 ตามจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ฎีกามาในคำร้อง ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ได้บัญญัติว่าห้ามมิให้คู่ความฎีกาในคดีที่ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ การที่คดีนี้ จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 เป็นคู่ความกับโจทก์และจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 มิได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 จึงต้องห้ามฎีกา ตามกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ที่ศาลชั้นต้นสั่ง ไม่รับฎีกา จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2264/2538นางสาวธิดาวรรณ เสียงหวานโจทก์นายสถิตย์ เสียงหวาน กับพวกจำเลยนางเรณู เสียงหวาน ที่ 2ผู้ยื่นคำร้องนางสุทิน ทิพยพิมล ที่ 3ผู้ยื่นคำร้องนางผจญ มณีโชติ ที่ 4 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 220ความว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ คดีจึงต้องห้าม มิให้คู่ความฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ที่แก้ไขใหม่ จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของ จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่านางฉลวย เสียงหวาน ทำพินัยกรรมเอกสารหมาย จ.1ยกทรัพย์ตามพินัยกรรมให้แก่โจทก์ และจำเลยทั้งสี่ร่วมกันปลอมพินัยกรรมเอกสารหมาย

จ.3 เมื่อศาลชั้นต้นฟังว่าพินัยกรรมเอกสารหมาย จ.1 เป็นพินัยกรรมปลอม โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้อง ปัญหาที่ว่าพินัยกรรมเอกสารหมาย จ.3 เป็นพินัยกรรมปลอมหรือไม่ จึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัย แต่ศาลชั้นต้นกลับวินิจฉัยเลยไปถึงพินัยกรรมเอกสารหมาย จ.3 ว่าเป็นพินัยกรรมปลอม คำพิพากษาของศาลชั้นต้นจึงไม่ชอบ เพราะทำให้จำเลยทั้งสี่ได้รับความเสียหาย และนอกจากโจทก์ จะฟ้องจำเลยทั้งสี่เป็นคดีนี้แล้ว โจทก์ยังฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นคดีแพ่ง ซึ่งในคดีแพ่งดังกล่าวศาลชั้นต้นได้มีคำสั่ง ให้จำหน่ายคดีชั่วคราวเพื่อรอผลคดีอาญา (คดีนี้) การที่ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยพินัยกรรมเอกสารหมาย จ.3 เป็นพินัยกรรมปลอม ย่อมมีผลถึงคดีแพ่งดังกล่าว และจำเลยเห็นว่า

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221(ที่ถูกน่าจะเป็นมาตรา 220) ห้ามมิให้โจทก์ฎีกา ในกรณีที่ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง จากข้อเท็จจริงและเหตุผลดังกล่าวจึงไม่อาจนำมาใช้กับจำเลยได้ โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์มีมูลให้ประทับฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 ถึงแก่ความตาย

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (ถ้อยคำสำนวน อันดับ 2) จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 จึงยื่นคำร้องนี้(ถ้อยคำสำนวน อันดับ 1)คำสั่ง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ปรากฏว่าศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นคือยกฟ้องโจทก์ จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ฎีกาศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 แก้ไขใหม่ ไม่ใช่มาตรา 221 ตามจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ฎีกามาในคำร้อง ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ได้บัญญัติว่าห้ามมิให้คู่ความฎีกาในคดีที่ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ การที่คดีนี้ จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 เป็นคู่ความกับโจทก์และจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 มิได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 จึงต้องห้ามฎีกา ตามกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ที่ศาลชั้นต้นสั่ง ไม่รับฎีกา จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
สุชาติ ถาวรวงษ์ · สุทธิ นิชโรจน์ · สุประดิษฐ์ หุตะสิงห์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up